"รมว.พาณิชย์" เผย ครม.เห็นชอบแผนจำนำยุ้งฉางข้าวหอมมะลิปี59/60 ผ่าน ธ.ก.ส. เบ็ดเสร็จในราคา 13,000 บ./ตัน ชี้ต้องใช้เงินดูแลโครงการ 2 หมื่นลบ.
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตตรี (ครม.) ในวันนี้ว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) นัดพิเศษ และได้เสนอ ครม. พิจารณามาตรการช่วยผลักดันราคาข้าวเปลือกหอมมะลิในฤดูการผลิตปี 59/60 ผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับ เกษตรกร สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ในสัดส่วนไม่เกิน 90% ของราคาตลาด
ทั้งนี้ ที่ประชุม นบข.ได้พิจารณาราคาตลาดของข้าวหอมมะลิเมื่อได้ลงพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศพบว่า มีราคาข้าวหอมมะลิมีราคาช่วง 9,700-12,000 บาทต่อตัน ดังนั้น นบข. จึงกำหนดราคากลางเฉลี่ยไว้ที่ 11,000 บาทต่อตัน ดังนั้น ในโครงการจำนำยุ้งฉาง เพื่อให้ ธ.ก.ส.ให้สินเชื่อได้ในราคา 11,000 บาท ธ.ก.ส.จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้เพียง 90% เท่านั้น หรือ ในราคา 9,500 บาทต่อตัน เท่านั้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังจ่ายค่าตากข้าวหรือปรับปรุงคุณภาพข้าวหอมมะลิ เพื่อให้มีความชื้น 15 % ในราคา 2,000 บาทต่อตัน จากเมื่อวานกำหนดไว้ 1,295 บาทต่อตัน หรือ 800 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 15 ไร่ และยังมีมาตรการช่วยเหลือฝากเก็บในยุ้งฉางเกษตรกร จึงทำให้เกษตรกรได้รับค่าฝากเก็บเพิ่มจากเงินสินเชื่ออีก 1,500 บาทต่อตัน โดย ธ.ก.ส.จ่ายให้พร้อมสินเชื่อ 1,000 บาทต่อตัน และจ่ายเมื่อไถ่ถอนข้าวหรือระบายข้าวจ่ายให้อีก 500 บาทต่อตัน
ดังนั้นหากเกษตรกรที่ต้องการจำนำยุ้งฉางกับ ธ.ก.ส. จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล 13,000 บาทต่อไร่ มีเป้าหมายช่วยเหลือเป้าหมายการช่วยเหลือ 2 ล้านราย สำหรับเกษตรกรที่ไม่มียุ้งฉาง เมื่อนำข้าวไปขายกับโรงสีจะขายในราคา 9,700-12,000 บาทต่อตัน จากนั้นนำใบเสร็จแจ้งกับ ธ.ก.ส. เพื่อรับโอนเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและค่าตากข้าวเพิ่มเติม 2,000 บาทต่อตัน
โดยทางกระทรวงพาณิชย์ สั่งการพาณิชย์จังหวัดทุกพื้นที่เตรียมปูพรมลงตรวจเครื่องวัดความชื้น เพื่อไม่ให้เอาเปรียบเกษตรกร โครงการดังกล่าวเริ่มได้ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่ 28 ก.พ.60 ใช้งบประมาณรองรับโครงการดังกล่าวประมาณ 20,000 ล้านบาท
ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบขยายเวลาโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 59/60 ด้านการเงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยกำหนดการเดิมนั้น กำหนดโรงการประกันภัยข้าวนาปีปีการผลิต 2559 กำหนดนกรอบระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมถึง 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ภาคใต้ให้กำหนดถึง 31 ธันวาคม 2559
แต่ทั้งนี้ พบว่า ธ.ก.ส.ไม่สามารถโอนเงินให้กับเกษตรกรได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นครม.จึงได้ขยายเวลาโดยขยายเวลาโครงการจนถึง 31 ธันวาคม 2559 และภาคใต้กำหนดโครงการให้แล้วเสรจไม่เกิน 28 กุมภาพันธ์ 2560 นอกจากนี้สามารถที่ไม่สามารถโอนเงินได้ เนื่องจากเกษตรกรบางส่วนเป็นเกษตรกรที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตรด้วย






