คนไทยมีความเป็นผู้ประกอบการสูงมากและทุกคนก็อยากเป็นเจ้าของกิจการกันทั้งนั้น
การจะก้าวสู่การเป็น “เถ้าแก่” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเถ้าแก่ในยุคดิจิทัลให้ได้นั้น แค่คิดงานยากก็มีเข้ามาให้ท้าทายแบบเต็มๆ
กฤษฎา ชุตินธร Co Founder บริษัท บริษัท โฟลว์แอคเคาท์ จำกัด เข้าใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะภายหลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมหิดล ทางด้านวิทยาศาสตรก็ลุยธุรกิจสร้างกิจการมาแล้วไม่น้อย เช่น ธุรกิจด้านการผลิตสื่อโฆษณาทางออนไลน์ และธุรกิจด้านการพัฒนาซอพแวร์
จากการได้ลุยเปิดธุรกิจของตัวเองเรื่อยมาทำให้พบว่า ไม่มีเจ้าของธุรกิจคนไหนที่ทำธุรกิจแล้วอยากจะมาลงทุนและปวดหัวในเรื่องของเอกสารและงานบัญชี เพราะส่วนใหญ่อยากที่จะโฟกัสเวลาให้เต็มๆ สำหรับธุรกิจที่สร้างขึ้นมา
“ตอนเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ ผมเป็นเจ้าของกิจการซื้อบัญชีทั่วไปมาใช้ ราคาก็ค่อนข้างสูง2-3 หมื่นใช้เองแล้วก็รู้เลยว่าไม่ดี ใช้ยาก คิดอีกทางว่าจะจ้างคนทำก็ไม่ตังค์ คนทำบัญชีเก่งๆ เงินเดือน 3-4 หมื่นหรือมากกว่านั้น เอสเอ็มอี ทุนน้อยอยู่แล้วจะจ้างได้อย่างไร
สุดท้ายก็ต้องลงมือเอง ลงบันทึกบ้าง ไม่ลงบ้าง สิ้นปีก็ต้องจ้างนักบัญชีทำให้อีกที คนที่เริ่มธุรกิจใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะเจอปัญหาในเรื่องนี้
แต่ถึงจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก การทำบัญชีก็เป็นสิ่งสำคัญ และเจ้าของกิจการต้องมีความเข้าใจและทำเป็น”
เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว กฤษฎา ก็เริ่มมองหาช่องทางใหม่ๆ ค้นคว้า อ่านหนังสือการทำธุรกิจในต่างประเทศก็ทำให้ไปเจอว่า หลายๆ ประเทศ เช่นใน อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลี ย ต่างก็มีซอฟท์แวร์บัญชีใช้กันหมดแล้ว หันมามองที่ไทยยังไม่มี
กลายเป็นจุดเริ่มต้น FlowAccount ที่กฤษฎา กับพี่ชาย และเพื่อนๆ คิดและพัฒนาโปรแกรมซอพแวร์บัญชีให้เป็นเรื่องง่าย ไม่ซับซ้อน และเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ทางด้านบัญชีมาก่อน
แน่นอนว่าความตั้งใจที่จะทำขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ เอสเอ็มอี ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจอย่างแท้จริง
“ถ้ามีโปรแกรมอย่างนี้ออกมาสมัยที่ผมเริ่มทำธุรกิจก็น่าจะดีกว่านี้ ตอนนั้นเราไม่รู้จริงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร เอกสาร แวตคืออะไร เก็บเงินอย่างไรฯลฯ แทนที่จะโฟกัสกับธุรกิจก็ต้องมาทำในเรื่องพวกนี้”
โปรดักท์ที่คิดจากประสบการณ์ตรง ตั้งแต่เริ่มต้นถึงวันนี้ กฤษฎา ใช้เวลา 2 ปีกับการผลักดัน Flow Account ให้ค่อยๆ เดินหน้าไปทีละขั้น
“โชคดีที่ได้เข้าร่วมโครงการประกวดทำให้คนเริ่มรู้จัก และทำให้ได้รับเงินลงทุนสนับสนุนจากนักลงทุน VC ทั้งไทยและต่างประเทศ”
ที่ผ่านมา Flow Account สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศโครงการAIS The Startup 2015 จาก บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และรางวัล Top 10 Startups ในงาน Echelon Asia Summit 2015
แต่กว่าจะมีวันนี้ได้ กฤษฎา บอกไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย
“จุดยากคือ เราทำธุรกิจใหม่ ธุรกิจใหม่อะไรก็ยาก ยากกับการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ในไทยเป็นตลาดไม่ง่าย คนส่วนใหญ่ใช้ซอฟต์แวร์ไม่มีลิขสิทธิ์ ทุกอย่างฟรีหมด ไม่เชื่อให้กลับไปที่คอมพิวเตอร์ของตัวเองก็ได้ ดูแล้วอาจจะไม่ค่อยมีอะไรที่ซื้อสักเท่าไหร่ นี่แหละเป็นความท้าทาย แต่ว่าอีกหน่อย คนยุคใหม่จะเริ่มซื้อซอฟต์แวร์ใช้กันง่ายขึ้นด้วยราคาไม่สูงนักเมื่อเทียบกับอดีต”
อีกความท้าทายอยู่ที่ต้นทุนในการพัฒนาโปรแกรม ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าที่จะสร้างรายได้
กฤษฎา อธิบาย ช่วงตั้งไข่(ธุรกิจ) ซอฟต์แวร์ต้องพัฒนาให้เยอะมาก กว่าจะเริ่มขายได้ เรียกว่า ต้องทำตั้งแต่ศูนย์ถึงร้อย ส่วนนี้ใช้เวลาพัฒนา 1-2 ปี
“เรามีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสูงมาก มักจะได้ยินอยู่เสมอว่าโปรแกรมเมอร์ต้นทุนสูง ซึ่งก็ถูกต้องเลย ทำให้เรามีต้นทุนสูงในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ดีให้ลูกค้าเอสเอ็มอีได้ใช้
ตอนที่ไปคุยให้กับนักลงทุนได้ฟังผมบอกว่าเราใช้เงินทุนเป็นหลักล้านขึ้นเพื่อเอามาพัฒนา และใกล้จะหมดตัวแล้ว ซึ่งนักลงทุนคงมองออกว่าเราตั้งใจจริง ว่าต้องใส่เงินไปเองเท่าไหร่ ทำจริงแค่ไหน เราไม่ได้ทำเล่นๆ มีการสร้างทีมที่มีความคิดเหมือนกัน ตั้งใจทำสินค้าให้ดี สุดท้ายนักลงทุน พาร์ทเนอร์ก็ให้การสนับสนุน”
ผ่านมา 2 ปี Flow Account ยังคงไปต่อได้จากหลายปัจจัยบวก ทั้งกรมสรรพากรส่งเสริมบัญชีเดียว tax invoice ทุกอย่างขึ้นบนออนไลน์ อีกแรงหนุนมาจากรัฐบาลผลักดันให้เกิดธุรกิจบนออนไลน์มากขึ้น
“เราเป็นแพลทฟอร์มออนไลน์ และจะมีความเป็นระบบที่ครบวงจรมากขึ้น ซึ่งภาพรวมๆ แล้วถือเป็นทิศทางที่น่าตื่นเต้น หลายๆ ครั้งการทำสตาร์ทอัพให้สำเร็จอยู่ที่ Timing จังหวะดีก็รุ่งง่ายขึ้น จังหวะไม่ดีก็รุ่งได้แต่อาจต้องใช้เวลา ในตอนนี้จังหวะดีมาก ธนาคารเปิดรับ รัฐบาลสนับสนุนให้ทำธุรกิจออนไลน์ ทุกอย่างก็เข้าทาง”
ที่สำคัญ การทำบัญชีไม่ใช่ของใหม่ ไม่ใช่ของที่ตกยุคได้ง่าย แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในระยะยาว กฤษฎา มองภาพการเติบโตไว้ Flow Account จะมีฐานตลาดที่ค่อยๆ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
“หากมองเป็นปิรามิด เราช่วยฐานล่างสุดให้มีระบบบัญชีในช่วงของการเริ่มต้นธุรกิจ คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาใช้งานในระบบเราเป็นการบอกปากต่อปาก ซึ่งเราไม่มี cycle เป็นแฟชั่น เหมือนแชร์สติ๊กเกอร์ เบื่อแล้วเลิก มีแต่ของเราดี และใช้ต่อเนื่อง”
ธุรกิจนี้ไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ หรืออยากจะโหนกระแสสตาร์ทอัพที่ร้อนแรง
แต่หวังว่าวันหนึ่ง Flow Account จะสร้างฐานลูกค้า(เอสเอ็มอี) ส่วนใหญ่ในประเทศได้
ธุรกิจช่วงออกสตาร์ท
จากการเป็นคนที่จะทำอะไรต้องลงไปเรียนรู้ ทำให้ซอฟต์แวร์ Flow Account ที่สร้างขึ้นจึงเน้นการสกัดจุดอ่อนโปรแกรมซอฟต์แวร์ในแบบเดิมๆ ทิ้งไป
โปรแกรมที่พัฒนาจึงเป็นระบบบัญชีเบื้องต้น สำหรับกิจการขนาดเล็ก
ในกรณีที่ลูกค้าใหญ่ขึ้นมาหน่อย โซลูชั่นในท้องตลาดมีมากเป็นร้อยราย หรือ จ้างเขียนสามารถทำได้ด้วยความพร้อมด้านทุนของบริษัทขนาดใหญ่
“เราช่วยกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ประเทศไทยไม่มีของใช้จริงๆ ถ้าลูกค้าโตจนเป็นกิจการขนาดใหญ่ถึงวันนั้นก็มีผู้ให้บริการซอฟต์แวร์อยู่เยอะมากในตลาด ซึ่งไม่จำเป็นที่เราต้องไปทำตรงนั้น
ถ้าเราดูอายุคน เราคือสินค้าสำหรับเด็ก สินค้าสำหรับผู้เริ่มต้น เปรียบกับกล้องที่ใช้ง่ายที่สุด แต่ถ่ายภาพสวย แต่หากกล้องราคาสูงหลักแสนฟังก์ชั่นเยอะ คนที่เริ่มต้นถ่ายภาพก็ใช้งานได้ลำบากเหมือนกัน”
ปัจจุบันครอบคลุมงานบัญชี ทั้งการขาย การลงรายจ่าย ธุรกิจบริการและซื้อมาขายไประบบสต็อก ดูแลเอกสาร ค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นต้น
ถึงวันนี้เราโฟกัสที่ SME Solution





