โบรกเกอร์ คาดดัชนีหุ้นไทยพรุ่งนี้ผันผวนกรอบแคบ เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่ แนะเก็งกำไร ประเมินแนวรับ 1,480 จุด แนวต้าน 1,505-1,510 จุด
สำหรับบรรยากาศการซื้อขายหุ้นไทยวันนี้ (31ต.ค.) เคลื่อนไหวกรอบแคบ ปรับตัวบวกสลับลบ เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่กระทบ โดยบรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังถูกครอบงำด้วยภาพเดิมๆ ที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น โดยปิดตลาดที่ระดับ 1,495.72 จุด เพิ่มขึ้น 1.28 จุด เพิ่มขึ้น 0.09% มูลค่าการซื้อขาย 40,894.37 ล้านบาท
นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า ดัชนีหุ้นไทย กำลังเผชิญแรงกดดันจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ แม้เสียงคาดการณ์ในตลาดหุ้น จะไม่กังวลว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบเดือน พ.ย. แต่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งประกาศออกมาล่าสุดอย่าง ตัวเลขจีดีพี เดือน ก.ย. ออกมาสูงกว่าคาด จึงทำให้ความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. มีโอกาสมากขึ้น
ส่วนการเลือกตั้งประธานธิบดีสหรัฐ มีประเด็นการตรวจสอบความไม่โปร่งใสของฮิลลารี คลินตัน จึงสร้างความกังวลว่าท้ายที่สุดจะชนะการเลือกตั้งได้หรือไม่ หรือหากชนะจะมีเสถียรภาพในการเป็นผู้นำมากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นยังถูกกดันจากหุ้นพลังงาน หลังการหารือร่วมกันระหว่างกลุ่ม OPEC และประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่ม ยังไม่บรรลุข้อตกลงในการตรึงกำลังการผลิต
อย่างไรก็ตาม สำหรับบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ (1พ.ย.) คาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบ ในทางเทคนิค upside จำกัดมากขึ้น ส่วน downside ดัชนีหุ้นไม่ควรหลุดแนวรับ 1,480 จุด ถ้าหลุดจะเกิดสัญญาณไม่ดีเท่าที่ควร
อีกทั้ง ควรระวังกระแสเงินทุนไหลออก เพราะโดยปกติช่วงปลายปีมักจะถูกกดันจาก “Chrismas Effect” ที่เป็นช่วงหยุดยาวของนักลงทุนต่างชาติอยู่แล้ว แต่ปีนี้กลับมีแรงกดดันจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ดังนั้นประเด็นกระแสเงินทุนต่างชาติ จึงเป็นประเด็นที่ต้องระวัง ขณะที่การเก็งกำไรจะเน้นไปที่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก ตามงบไตรมาส 3 ปีนี้ ที่ทยอยประกาศออกมา ซึ่งไม่ค่อยส่งผลต่อดัชนี
ขณะที่ กลยุทธ์ หากดัชนีหุ้นยังไม่หลุดแนวรับ 1,480 จุด สามารถเก็งกำไรในลักษณะขึ้นขายลงซื้อ โดยมีกรอบแนวต้าน 1,505-1,510 จุด
บล.เอเชีย เวลท์ ประเมินแนวโน้มหุ้นพรุ่งนี้ว่า ปัจจัยติดตาม ได้แก่ กรณี นางฮิลลารี่ คลินตัน ถูก FBI ตรวจสอบ server เรื่องการส่งอีเมล์ส่วนตัวในงานราชการ ซึ่งผิด Protocol ที่ต้องใช้อีเมล์ของรัฐบาล ทำให้อาจส่งผลต่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ นอกจากนี้ ต้องติดตามผลประกอบการไตรมาส 3 ของสหรัฐ ที่น่าจะออกมาดี และจีดีพีที่ออกมาดี ทำให้มีแนวโน้มที่เฟด จะปรับขึ้นดอกเบี้ย
ส่วนปัจจัยในประเทศ รอรัฐบาลออกมาตรการเพื่อ แก้ไขราคาข้าวตกต่ำ เช่น การชดเชยส่วนต่างราคาข้าว ดังนั้นแนวโน้มหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ ยังคงผันผวน









