ผลประกอบการไตรมาส 2/60 สูงกว่าคาด
กำไรไตรมาส2/60 สูงกว่าที่เราคาด 27%
STANLY รายงานกำไรไตรมาส2/60 (ก.ค. - ก.ย.2559) ที่ 367 ล้านบาท ลด 18% YoY แต่เพิ่ม 51% QoQ ซึ่งสูงกว่าที่เราและ Bloomberg คาด 27% โดยมีปัจจัยมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มมากขึ้นกว่าที่คาดการณ์ อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส2/60อยู่ที่ 19.6% เทียบกับประมาณการของเราที่ 16.2% ทั้งนี้กำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2560คิดเป็น 45% ของประมาณการกำไรปี 2560 ที่ 1.35 พันล้านบาท
ประเด็นหลักผลประกอบการ
รายได้เพิ่มขึ้น 11% YoY และ 6% QoQ มาอยู่ที่ 2.8 พันล้านบาท (เราคาดยอดขายอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท) การเติบโต YoY ได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่จากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั้ง โตโยต้า (ฟอร์จูนเนอร์รุ่นใหม่), นิสสัน (นาวาร่ารุ่นใหม่), ฮอนด้า (แอคคอร์ดรุ่นใหม่ Hybrid) และมิตซูบิชิ (ปาเจโร่และไทรทันรุ่นใหม่) ทั้งนี้ปริมาณการผลิตรถยนต์ในเดือนก.ค.-ก.ย. 2559 อยู่ที่ 4.83 แสนคัน ลดลง 3% YoY และ 1% QoQ อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้นของ STANLY สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 19.6% ในไตรมาส 2/60 จาก 15.7% ในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่ผ่านมาและเพิ่มขึ้นจาก 15.3% ในไตรมาสก่อนหน้าส่วนใหญ่มาจากสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง
แนวโน้ม
คาดกำไรไตรมาส3/60 เติบโต 22% YoY เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีขึ้น
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการกำไรเชิงอนุรักษ์นิยมปี 2560 ที่ 1.35 พันล้านบาท
คำแนะนำ
เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมกลุ่มยานยนต์จะยังคงฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/59เป็นต้นไป เนื่องจากการเปลี่ยนโฉมรถรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น STANLY จะค่อยๆมีคำสั่งซื้อเข้ามาเรื่อยๆอย่างแข็งแกร่ง (นิสสัน, มิตซูบิชิ, และฮอนด้า) ในปลายไตรมาส 3/60 (ต.ค.-ธ.ค. 2559)เป็นต้นไป เราคาดคำสั่งซื้อใหม่อาจช่วยหนุนให้บริษัทเติบโตเชิงอนุรักษ์นิยมที่ 8% จากยอดขายปี 2560 (เม.ย.2559 - มี.ค 2560) ด้วยกำไรเติบโตที่ 4% ซึ่งได้แรงหนุนจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการเน้นผลิตสินค้าเน้นมูลค่าเพิ่ม ที่จะให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงแม้ว่ายอดขายที่เติบโตเพียงเล็กน้อย เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ STANLY






