โบรกคาดหุ้นไทยแกว่งกรอบแคบ เหตุต่างชาติขายต่อเนื่อง-กำไรไตรมาส3 ไม่ตื่นเต้น แนะชะลอการลงทุนและ"ลดสัดส่วน"ถือหุ้นที่ต่างชาติซื้อเยอะ
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินว่า นักลงทุนจะเริ่มหันไปสนใจต่อผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงของการทำ Preview กัน โดยหุ้นขนาดใหญ่น่าจะพอทราบกันแล้วว่าจะออกมาในทางใด หุ้นขนาดกลางและเล็ก จึงน่าจะมีความคึกคักขึ้น โดยเฉพาะหุ้นที่คาดว่ากำไรจะออกมาดี นอกจากนี้ ตัวแปรที่จะมีผลต่อตลาดในระหว่างวันจะเป็นค่าเงินบาท หากอ่อนค่า หรือแข็งค่าน้อยกว่าเงินเอเชียอื่นๆ จะเป็นลบ
"สำหรับกลยุทธ์การลงทุน การที่นักลงทุนต่างประเทศขายหุ้นต่อเนื่องจะเป็นผลให้นักลงทุนกลุ่มอื่นๆ ทยอยขายตามเพราะในช่วงนี้เอง ตลาดยังไม่มีข่าวในเชิงบวก และภาพรวมในสัปดาห์นี้ บล.เคทีบี มองเป็นลบจากการประชุมธนาคารทั้ง 3 แห่ง ดังนั้นเรายังแนะนำให้ชะลอการลงทุน ลดการถือหุ้นที่นักลงทุนต่างประเทศซื้อไว้มาก และหุ้นนั้นไม่มีปัจจัยบวกที่จะพยุงราคาไว้ หุ้นที่แนะนำได้แก่ ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE) การบินกรุงเทพ (BA) ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) โรงพยาบาลลาดพร้าว (LPH) มองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,484-1,498 จุด
ทั้งนี้ บล.เคทีบี เชื่อว่าการปรับพอร์ตของนักลงทุน ยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งจะยังเป็นลบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก และในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมของ 3 ธนาคารกลางใหญ่ คือ ญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 1พ.ย. สหรัฐ (FOMC) วันที่ 1-2พ.ย. และอังกฤษ (BOE) วันที่ 3พ.ย. ซึ่งแต่ละแห่งกำลังถูกจับตาก้าวต่อไปในการเดินนโยบายการเงิน โดยเฉพาะ FOMC หรือ Fed นั้น ผลการประชุม นอกจากจะดูที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยสวนทางกับที่ตลาดคาดหรือไม่ จะเป็นความเห็นหรือการตีความผลประชุม ต่อการประชุมครั้งถัดไป ในวันที่ 13-14 ธ.ค. ว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งเดียว หรือขึ้นดอกเบี้ยแบบต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ตัวแปรที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง คือ การประชุมนอกรอบของผู้ผลิตน้ำมันที่ประเทศออสเตรียยังคงไม่ประสบความสำเร็จ ดังที่เราคาดไว้ว่าการผลักภาระไปให้ OPEC เป็นผู้ลดกำลังการผลิตหลักๆ ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มใช้ข้ออ้างที่ว่าไม่สามารถควบคุมการผลิตน้ำมันของภาคเอกชนได้






