วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘พลังงานบริสุทธิ์’ ทบทวนปันผล

"พลังงานบริสุทธิ์" เล็งทบทวน"อัตราการจ่ายเงินปันผล" งวดงบปีนี้ หลังที่ผ่านมาจ่ายต่ำกว่านโยบายที่ตั้งไว้ 30% เหตุอยู่ในช่วง "เร่งลงทุน"

จากสถิติการจ่ายเงินปันผลของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) EA ที่ผ่านมา จ่ายเงินปันผลมาต่อเนื่องหลังจากเข้าจดทะเบียนเมื่อปี 2556 จนถึงปี 2558 โดยจ่ายเงินปันผล 0.02 บาท 0.02 บาท และ 0.10 บาท ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม เงินปันผลที่จ่ายมาออกมานั้นต่ำกว่านโยบายการจ่ายปันผลขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 30% ของกำไรสุทธิ โดยปี 2556 อยู่ที่ 28.5% ขณะที่ปี 2557-2558 อยู่ที่ 4.6% และ 13.8% ตามลำดับ

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) EA เปิดเผยว่า สาเหตุที่บริษัทจ่ายเงินปันผลต่ำกว่านโยบายที่กำหนดไว้นั้น เพราะบริษัทอยู่ในช่วงที่ต้องเร่งลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง ซึ่งก็ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง

ส่วนแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลต่อจากนี้ เบื้องต้นคงต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริษัทที่จะอาจจะมีการพิจารณาในเรื่องนี้หลังจากที่ผลประกอบการปี 2559 ออกมาแล้ว รวมถึงมีการสรุปแผนธุรกิจในปีหน้า

“เรื่องของการจ่ายเงินปันผลคงต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการของบริษัทที่อาจจะมีการคุยกันเรื่องนี้ในปีหน้า หลังจากที่งบปี 2559 ออกมาแล้ว และต้องรอดูแผนธุรกิจโดยรวมว่าจำเป็นจะต้องใช้เงินลงทุนในโครงการใหม่ๆ มากน้อยเพียงใด และสุดท้ายก็ต้องขึ้นกับมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งจะพิจารณาว่าแนวทางไหนจะสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทมากที่สุด”

ทั้งนี้ โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาของบริษัท คือ พลังงานลมอีก 260 เมกะวัตต์ ซึ่งต้องใช้งบลงทุนอีก 20,000 ล้านบาท โดยจะมาจากเงินกู้ 75% และเงินสดของบริษัท 25% คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2561 ส่วนโครงการพลังงานลม 126 เมกะวัตต์ ที่เพิ่งจะแล้วเสร็จไปนี้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเรียบร้อยจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งบริษัทจะรับรู้รายได้เข้ามาอย่างเต็มที่ในปี 2560

ด้าน บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในส่วนของโรงไฟฟ้ากังหันลมขนาด 126 เมกะวัตต์ มาตั้งแต่ เดือน ก.ย. และคาดว่าเดือน พ.ย. นี้ จะดำเนินการได้ครบทั้งหมดซึ่งจากการประเมินของนักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ต่างๆ (Consensus)โดยเฉลี่ยคาดกำไรปีนี้ 3,600 ล้านบาท และปี 2560 คาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็น 5,000 ล้านบาท

โดยพลังงานบริสุทธิ์ถือเป็นโรงไฟฟ้าที่เงินสดเหลือเยอะสามารถลงทุนโครงการใหม่เพิ่มได้ แต่ถ้าไม่มีโครงการใหม่น่าจะทำให้บริษัทจ่ายปันผลได้สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยตอนนี้นโยบายจ่ายปันผลขั้นต่ำคือ 30% ขณะที่โรงไฟฟ้าอื่น ซึ่งไม่มีโครงการลงทุนเพิ่มส่วนใหญ่จ่ายปันผลเกือบ 100%