วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โรดแมพ'เซ็นทรัล'สู่องค์กร100ปี

กลุ่มเซ็นทรัลวางโรดแมพสู่องค์กร100ปี มุ่งผสานโลกดิจิทัลเสริมแกร่งธุรกิจ รับพฤติกรรมลูกค้ายุคใหม่ และรักษาความเป็นผู้นำค้าปลีก

          ภาคธุรกิจกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงระลอกใหญ่ในช่วง 10-20 ปีจากนี้ โดยเฉพาะ "10 ปีข้างหน้า" สถานการณ์ธุรกิจการค้า พฤติกรรมผู้บริโภค ความต้องการสินค้า-บริการ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากและรวดเร็ว พร้อมการมาของ "โลกเทคโนโลยีดิจิทัล" ตัวแปรสำคัญ และเป็น "บิ๊กชาเลนจ์" ของทุนไทยยักษ์ใหญ่ "กลุ่มเซ็นทรัล" จะพลิกสร้างโอกาส ขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตยั่งยืนและมั่นคงต่อเนื่องสู่องค์กร 100 ปี ได้อย่างไร 

          "อนาคตไม่มีความแน่นอน บริษัทใหญ่แค่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะไทย สหรัฐ อังกฤษ ใหญ่วันนี้อาจไม่ใหญ่ในวันหน้า เราต้องปรับองค์กรให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ใช้แมเนจเมนท์ทีมที่มีความรู้ แอคทีฟ ทำคนเดียวไม่ได้อีกต่อไป"

          ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ย้ำว่า โลกและธุรกิจมีความ "ซับซ้อน" ทำงาน "ยาก" กว่าอดีตมาก ขณะที่เป้าหมายในอนาคตของกลุ่มเซ็นทรัลต้องการรักษาความเป็น "ผู้นำธุรกิจค้าปลีก" ในไทยและต่างประเทศ

            ปัจจุบันธุรกิจในเครือเซ็นทรัลครอบคลุม 9 กลุ่ม  ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า, กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค, กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า, กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือ และ ออนไลน์, กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์, กลุ่มธุรกิจบริหารและจัดการสินค้านำเข้า, กลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา, กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร  และ กลุ่มธุรกิจในประเทศเวียดนาม

            โดยการขับเคลื่อนธุรกิจมุ่งขยายอาณาจักรเซ็นทรัลในภูมิภาคอาเซียน โดยมี "เวียดนาม"  เป็นตลาดหลัก ตามด้วย "พม่า" ที่คาดว่าจะเริ่มลงทุนจริงจังใน 6-7 ปีข้างหน้า การสร้างศักยภาพของ "ออมนิแชนแนล" ผสานออนกราวด์และออนไลน์ตอบรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม และการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงการขยายฐานลูกค้าผ่านบัตรสมาชิก "เดอะ วัน การ์ด"  ยกระดับเสมือน "บัตรประชาชน"  แผนงานเหล่านี้ นำสู่การปรับโครงสร้างองค์กรล่าสุด

            "จากยุคคุณพ่อ (สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์) เป็นซีอีโอดูแลกลุ่มเซ็นทรัล มาสู่ยุคคุณวันชัยและคุณสุทธิชัย เราใช้การบริหารในรูปแบบของ คณะกรรมการบริหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจิราธิวัฒน์ เวลานี้เป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ครั้งที่ 3 โดยเชิญผู้บริหารระดับสูงจากข้างนอกมาร่วมงาน"

            ทีมผู้บริหารใหม่ ประกอบด้วย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ที่ปรึกษาอาวุโส มีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ ที่ปรึกษาอาวุโส มีความเชี่ยวชาญระดับอินเตอร์เนชั่นแนล  ญนน์ โภคทรัพย์ President of Central Group  เป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นใหม่มีบทบาทดูแลทุกหน่วยธุรกิจในภาพรวม ณนน์ มีความเชี่ยวชาญด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จะมาศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึกโดยเฉพาะนำสู่การวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ

            นอกจากนี้ ยังมี นิโคโล กาลันเต้  อดีต Managing Partner บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ McKinsey & Company รับตำแหน่ง Chief Operating Officer, Central Group ดูแลธุรกิจออนไลน์  ชนิตร ชาญชัยณรงค์ อดีตรองผู้จัดการการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ อดีตผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ  ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ  ดูธุรกิจกลุ่มเซ็นทรัลในซีแอลเอ็มวี และธุรกิจเอสเอ็มอี

            พร้อมกันนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารเดิม ได้แก่ พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร  วิมลมาศ เกื้อโกมลเดช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และ สจ๊วต สเต็มเพิล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

            ทศ กล่าวถึง ความท้าทายของกลุ่มเซ็นทรัลด้านต่างๆ ตั้งแต่เป้าหมายการเป็นผู้นำในกลุ่มบริษัทด้าน “ไลฟ์สไตล์และการบริการ” ศูนย์รวมแห่งการกิน เที่ยว ช้อป พักผ่อน และความบันเทิงอย่างครบวงจร ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มรองรับการแข่งขันในอนาคต

            ปีนี้  กลุ่มเซ็นทรัล ประมาณการยอดขายรวม 3.2 แสนล้านบาท เติบโต 21% ซึ่งช่วง 5 ปีที่ผ่านมาธุรกิจเติบโตก้าวกระโดด มียอดขายจากตลาดต่างประเทศ 30% เทียบปี 2554 ที่เริ่มรุกตลาดมียอดขาย 7,000 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้แตะ 1 แสนล้านบาท เติบโต "12 เท่า" เทียบยอดขายในประเทศโต "2 เท่า"

            ความท้าทายต่อมา คือ  "ลูกค้า" ที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนไปอย่างมาก นอกเหนือจากประชากรไทย 66 ล้านคน ประเทศไทยยังมี "นักท่องเที่ยวต่างชาติ" ซึ่งเป็นท็อปของโลกกว่า 30 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 50% รวม 90 ล้านคนที่เป็นฐานกำลังซื้อสำคัญ!!

            การเร่งขยายโอกาสการค้าชายแดน พม่า ลาว กัมพูชา และ มาเลเซีย ซึ่งประชากรจากทั้ง 4 ประเทศรวมกันมีจำนวนกว่า 107 ล้านคน

            นอกจากนี้  เทคโนโลยีที่หลากหลายในยุคดิจิทัลได้ฉีกกรอบการทำธุรกิจและวิถีการดำเนินชีวิตของประชากรทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์เน็ตในมือถือ เทคโนโลยีคลาวด์  ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนไทยในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่างๆ ผ่านทางออนไลน์มากขึ้น เช่น สินค้าความงาม เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ผู้บริโภคจะทำการค้นหาข้อมูลออนไลน์มากกว่า 50%เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์  และแนวโน้มการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

            ในงบลงทุนของกลุ่มเซ็นทรัล 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี เป็นการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีและระบบดิจิทัล ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท จากนี้จะเพิ่มงบลงทุนอีกเท่าตัวเป็น 6,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อเพิ่มศักยภาพของระบบเทคโนโลยีไอที

          "ธุรกิจต้องทำการผนวกรวมทุกช่องทางการขายเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะเข้าถึงผู้บริโภคได้สูงสุด เพราะปัจจุบันผู้บริโภคนิยมใช้สมาร์ทโฟน แอพพลิเคชั่น และเสพสื่อโซเชียลมีเดียไปพร้อมกัน ขณะเดินจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้า"

            ใน 10 ปีข้างหน้า การเติบโตโดยส่วนใหญ่ของธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยจะมาจากช่องทางออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศการดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์มีบทบาทอย่างมาก เช่น จีน  ยอดขายทางออนไลน์คิดเป็น 14% ของยอดขายรวมทั้งหมด  ญี่ปุ่น  7%  และสหรัฐ 9%