วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับตัวลง

ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ :  ปรับตัวลง

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะปรับตัวลงต่อ จากการขาดปัจจัยบวกใหม่ๆสนับสนุน อีกทั้งค่าเงินบาทวานนี้มีทิศทางอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณการทยอยไหลออกของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติบางส่วน ขณะที่ผลการโต้วาทีระหว่างฮิลลารี คลินตัน และโดนัล ทรัมป์วานนี้ ทางฮิลลารี ยังคงได้รับความนิยมมากกว่า

แนวรับ/แนวต้าน : 1430/1470 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน

หุ้นแนะนำ

EGCO (220) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยไตรมาส 3/59 คาดรายได้จะเป็นจุดสูงสุดของปีจากโรงไฟฟ้าขนอม (KN4) ที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส พร้อมทั้งคาดว่าจะ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ชัยภูมิกำลังการผลิต 90 MW ในช่วงไตรมาส 4/59 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกส่วนต่อขยายของโรงไฟฟ้าขนอม และยังเป็นหุ้น Defensive play ในช่วงตลาดขาลง

PTT (405) : คาดได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่โอเปกบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน ประกอบกับภาพรวมธุรกิจก๊าซที่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วง 2H59 นอกจากนี้เราคาดว่า PTT จะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงสิ้นปี 59 นี้

BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การฟื้นตัวอย่างมากของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น

TPCH (24.56) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ “กานต์” มั่นใจ “อีอีซี” พลิกโฉมเศรษฐกิจประเทศ เตรียมดันแผนยุทธศาสตร์ 4 ด้านเข้า ครม.ในปีนี้ มั่นใจเกิดการลงทุนในปี 2560-61 พร้อมใช้พื้นที่ 1.5 หมื่นไร่สร้างศูนย์กลางธุรกิจ-การเงินระดับโลก คาดอุตสาหกรรมปิโตรขั้นสูงพร้อมนำร่องลงทุน 3.6 แสนล้านบาท (กรุงเทพธุรกิจ)

+ "สมชาย" ชี้ปรับโครงสร้างกระทรวงอุตสาหกรรมเสร็จ เม.ย.60 ด้านสถาบันพลาสติกเปิดยุทธศาสตร์ใหม่ จูงมือเอสเอ็มอีพัฒนาผลิตภัณฑ์ลุยชีวภาพ ตั้งเป้าส่งออกปี 64 ขยายถึง 1.1 ล้านล้านบาท (ไทยโพสต์)

+ สคร.เคาะบรรจุแผนก่อสร้าง 2 มอเตอร์เวย์สายใหม่ มูลค่ารวม 1.1 แสนล้านบาท โดยกรมทางหลวงเตรียมเปิดประมูลสายแรก นครปฐม-ชะอำ ปลายปี 2560 และเส้นทาง 2 หาดใหญ่-สะเดา ช่วงปี 2561 (กรุงเทพธุรกิจ)

+ ธปท.ออกโรงเตือนประชาชนอย่างหลงเชื่อปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำไม่มีหลักประกัน 3.6 แสนล้านบาท อ้างแหล่งทุนต่างประเทศ พร้อมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบ แจงเข้าข่าวหลอกลวงประชาชน (ไทยโพสต์) ทางด้านออมสินช่วยน้ำท่วมให้กู้ฉุกเฉินดอกเบี้ย 0% ให้วงเงินกู้ฉุกเฉิน โดยจะให้กู้ครอบครัวละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ผ่อนชำระไม่เกิน 5 ปี ไม่คิดดอกเบี้ยเป็นเวลา 1 ปี (ดอกเบี้ย 0% ในปีแรก) ปีที่ 2-5 คิดดอกเบี้ยปกติคือ 1% ต่อเดือน สามารถใช้บุคคลค้ำประกัน 2 คน หรือบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน ทางด้าน ธกส.เตรียมจ่ายชดเชยไร่ละ1,111บาท (โพสต์ทูเดย์)

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน และหุ้นแอปเปิลพุ่งขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ที่ย่ำแย่ลงในการเรียกคืนโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากผลสำรวจที่บ่งชี้ว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตมีคะแนนนำนายโดนัลด์ ทรัมป์จากพรรครีพับลิกันหลังการโต้วาทีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 88.55 จุดหรือ 0.49% สู่ 18,329.04, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 9.92 จุดหรือ 0.46% สู่ 2,163.66 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 36.27 จุดหรือ 0.69% สู่ 5,328.67 (รอยเตอร์)

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวกขึ้นในวันจันทร์ และปิดตลาดใกล้สถิติสูงสุด ในขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งของราคาน้ำมันดิบและโลหะอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 53.11 จุด หรือ 0.75 % สู่ 7,097.50 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 7,024.08-7,104.49 โดยดัชนีอยู่ใกล้สถิติสูงสุดที่ 7,122.74 ที่ทำไว้ในวันที่ 27 เม.ย. 2015 (รอยเตอร์)

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 3.1 % ในวันจันทร์ ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 1 ปี หลังจากรัสเซียประกาศว่า รัสเซียพร้อมที่จะร่วมมือกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการจำกัดการผลิตน้ำมัน และแอลจีเรียเรียกร้องให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกประเทศอื่นๆให้ความร่วมมือด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพ.ย.พุ่งขึ้น 1.54 ดอลลาร์ หรือ 3.1 % มาปิดตลาดที่ 51.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 49.15-51.60 ดอลลาร์ โดยจุดสูงสุดของวันจันทร์ถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. (รอยเตอร์)