ปัจจัยซับซ้อน
คาดหุ้นไทยน่าจะเปิดตัวอ่อนลงในวันนี้ตามการปรับตัวลดลงของหุ้นสหรัฐจากความเห็นของเจ้าหน้าที่ Fed ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยถึงแม้ตลาดโดยรวมจะยังมีความไม่แน่นอนอยู่จากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่ดูอ่อนแอและค่าเงินปอนด์ที่ตกฮวบลง อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจมองมีมุมมองเป็นบวกจากการที่โดนัลด์ ทรัมป์มีโอกาสที่จะชนะน้อยลงในการโต้วาทีรอบที่ 2 รวมถึงการเลือกตั้ง จากกรณีที่มีคลิปเสียงดูถูกผู้หญิงเมื่อปี 2548 หลุดออกมา ส่วนปัจจัยภายในประเทศส่วนใหญ่ค่อนข้างเป็นบวกจากการที่รัฐบาลมีการเร่งค่าใช้สำหรับการลงทุนกว่า 1 แสน ลบ. และ รฟท.เตรียมเปิดประมูลสำหรับการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ที่สถานีบางซื่อ มูลค่า 9 พัน ลบ. ซึ่งข่าวเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์กับกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
Pick of the day: SIRI (Bt1.75; BUY, AWS TP Bt2.24)
SIRI เป็นหุ้นที่เราเลือกลงทุนวันนี้ โดยมองแนวโน้มการดำเนินงานที่ยังสดใส หุ้น Undervalued และมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ดี โดย SIRI จะมีการโอนโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก ไฮไลท์ของการโอนโครงการในไตรมาส 4/59 จะประกอบด้วย The Line สุขุมวิท71เป็นโครงการคอนโดมีเนียมร่วมทุนกับ BTSG โครงการแรกและ The 39 ซึ่ง SIRI ถือหุ้น 100% นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวโครงการใหม่ ซึ่งในไตรมาส 4/59 จะเปิดตัวถึง 6 โครงการ มูลค่ารวม 28,700 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ 1 โครงการ และคอนโดมีเนียม 5 โครงการ โครงการสำคัญได้แก่ 1)98 Wirelessมูลค่า 8,500 ล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จและพร้อมโอนตั้งแต่ต.ค.592) The Monument ทองหล่อ6,000 ล้านบาท 3)The Line พหลโยธิน (ประดิพัทธ์) 5,000 ล้านบาท 4) The Line สุขุมวิท 1013,000 ล้านบาท และ 5)โครงการที่ยังไม่เปิดเผย 4,000 ล้านบาทเราคาดว่ากำไรปกติจะเติบโตแข็งแกร่ง 20.3% ในปี 2559 และเติบโต9.4% ในปี 2560ปัจจุบันเทรดที่ PER ปี 2559 ที่ 8.0 เท่าและ PBV 0.95 เท่าอัตราปันผลตอบแทนสูงถึง 6.8% แนะนำซื้อ ทางเทคนิค Price Pattern กลับมาเกิดความแข็งแกร่งระยะสั้นจากการเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่ ขณะที่ยังคงถูกกดดันจากทั้ง Weekly & Monthly Sell Signal ซึ่งเมื่อพิจารณาจาก Price Pattern ของ SIRI คาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าที่ Price Pattern ของ SIRI จะกลับเข้าสู่แนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้น ด้วยการกลับมาเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal อีกครั้ง ทั้งนี้จากการกลับมาเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่ของ SIRI จึงทำให้ในระยะสั้นมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 1.84 บาท และมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 1.94 บาท ตามลำดับ มีจุด Stop Loss ระยะสั้นในรอบนี้อยู่ที่ 1.72 บาท ในระยะกลางถึงยาวยังคงมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 2.24 บาท แต่คงต้องรอการกลับเข้าสู่แนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง (Resistance: 1.77, 1.79, 1.80; Support: 1.75, 1.74, 1.72)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• เร่งงานภาครัฐ สัญญามูลค่ารวมเกือบ 1 แสน ลบ. สำหรับปีงบประมาณ 2560 เตรียมลงนามเพื่อเป็นแรงผลักดันกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรัฐได้ให้หน่วยงานรัฐหาทางใช้จ่ายสำหรับโครงการที่ไม่เกิน 2 ลบ. ภายในสิ้นปี 59 นี้และสำหรับโครงการที่มากกว่า 2 ลบ. แต่เกิน 1 พัน ลบ. จะต้องเซ็นสัญญาภายใน ธ.ค. ขณะที่โครงการมูลค่ามากกว่านั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบภายใน มี.ค. 60 (Bangkok Post)ความเห็น: การเร่งใช้จ่ายนี้น่าจะพยุงการเติบโตของประเทศไว้ได้และกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนด้วย
• รฟท. เปิดประมูลพื้นที่บางซื่อ การรถไฟแห่งประเทศไทยเตรียมเปิดประมูลสำหรับการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ที่สถานีบางซื่อ มูลค่า 9 พัน ลบ.ภายใน มี.ค. 60 และอาจอยู่ในรูปการร่วมทุนกับบริษัทเอกชนด้วยเช่นกัน (Bangkok Post)
• ส่งออกอาหาร-อัญมณียังเติบโต นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ประเมินการส่งออกสินค้าในกลุ่มอาหารและกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับยังคงจะเห็นการเติบโตในระดับ 5% ปีนี้ จากมูลค่าการส่งออกปีที่แล้วที่ 2.72 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ และ 7.18 พันล้านดอลลาร์ฯ ตามลำดับท่ามกลางภาพรวมการส่งออกที่ซบเซาในปีนี้ โดยความต้องการซื้อที่สูงขึ้นในผลิตภัณฑ์กุ้ง เนื้อไก่แช่แข็งสำเร็จรูป ทูน่ากระป๋อง ผลไม้สด และผักสดจะช่วยให้ภาคการส่งออกอาหารในช่วงที่เหลือของปีนี้กลับมาฟื้นตัว จากการหดตัวลง 5.9% YoYในช่วง 8 เดือนแรก ขณะที่กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับคาดจะได้แรงหนุนจากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและช่วงราคาที่ค่อนข้างกว้าง (Bangkok Post)
• ยังคงเดินหน้าควบคุมปริมาณข้าว กระทรวงพาณิชย์จะยังคงควบคุมปริมาณข้าวของรัฐบาลในสต็อกที่จะปล่อยออกมาจนถึงช่วงปีหน้า เนื่องจากทางกระทรวงฯ เห็นถึงราคาข้าวที่ยังคงปรับตัวลดลงท่ามกลางความต้องการบริโภคที่ยังชะลอตัว ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าราคาข้าวเปลือกนาปีจะไม่ปรับตัวลงแรงในช่วงฤดูทำนาในขณะนี้ ขณะที่รัฐบาลก็พร้อมที่จะปล่อยสต็อกข้าวออกมาเพื่อเปิดประมูลเมื่อเห็นว่าราคาข้าวกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง (The Nation)
ต่างประเทศ
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปิดเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ หลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานสหรัฐประจำเดือนก.ย.ที่ต่ำกว่าคาดการณ์แต่มีการทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขการจ้างงานในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้นจากที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ เทรดเดอร์เก็งว่าเฟดมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ราคาพันธบัตรอ้างอิงอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 2/32 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ระดับ 1.74% โดยก่อนหน้าอัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นถึงที่ระดับ 1.77% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่วันที่ 3 มิ.ย. (Reuters)
• ปอนด์สเตอริงอ่อนค่าลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ หลังเกิดเหตุการณ์ที่เทรดเดอร์เรียกว่า “Flash Crash” หรือการดิ่งลงแบบสายฟ้าแลบ จนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 31 ปี ในขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากรายงานการจ้างงานในสหรัฐในเดือนก.ย. เติบโตน้อยกว่าคาด สกุลเงินปอนด์ร่วงลงประมาณ 10% จากที่ระดับ 1.2600 ดอลลาร์สหรัฐ สู่ระดับ 1.1378 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในไม่กี่นาที (Reuters)
สหรัฐ:
• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบเมื่อวันศุกร์ หลังสกุลเงินปอนด์อ่อนค่าลงอย่างหนักซึ่งก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงิน นอกจากนั้น รายงานตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำกว่าคาดไม่ส่งผลให้เฟดชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงก่อนสิ้นปีนี้(Reuters)
• ตัวเลขการจ้างงานลดลงแต่เฟดยังคงพิจารณาที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 156,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 5.0% จากที่ระดับ 4.9% ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม นางโลเรตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดอีก 2 รายกล่าวว่า จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบัน รวมทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ย. ที่ได้ประกาศไปเมื่อวันศุกร์ทีผ่านมาสอดคล้องกับที่เฟดคาดการณ์ไว้สำหรับการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย (CNBC)
• พรรครีพับลิกันเผชิญกับวิกฤตจากคลิปเสียงอื้อฉาวของนายทรัมป์ในปี 2548 เมื่อวันอาทิตย์ พรรครีพับลิกันของสหรัฐเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 40 ปี เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐต้องเผชิญกับกรณีคลิปเสียงหลุดซึ่งมีเสียงของนายทรัมป์พูดถึงผู้หญิงในทางลามกในปี 2548 ซึ่งเป็นวันที่นายทรัมป์มีกำหนดขึ้นดีเบตโต้วาทีหาเสียงกับนางฮิลลารี คลินตัน ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต นายทรัมป์ได้กล่าวต่อสื่อว่าเขาจะถอนตัวจากการแข่งขันครั้งนี้ และมีเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในนาทีสุดท้ายที่เซนต์หลุยส์ซึ่งเป็นสถานที่จัดการโต้วาที นายทรัมป์ได้เรียกผู้สื่อข่าวมายังห้องพักในโรงแรมเพื่อเป็นพยานในการประชุมซึ่งมีผู้หญิงอีก 4 คนโดยได้รื้อฟื้นกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามีเพศสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมในอดีตกับอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ซึ่งเป็นสามีของนางฮิลลารี คลินตัน (Reuters)
ยุโรป:
• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันศุกร์ปรับตัวลดลงนำโดยการปรับตัวลดลงของหุ้น Edenredซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายบัตรและตั๋วออนไลน์ รวมไปถึงหุ้นสายการบิน easyJetแม้ว่าตลาด FTSE 100 ของอังกฤษจะได้แรงหนุนจากค่าเงินปอนด์ที่อ่อนตัวลงรอบใหม่ที่จะเป็นปัจจัยหนุนแก่ผู้ส่งออกก็ตาม (Reuters)
เอเชีย:
• รองกรรมการผู้จัดการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศเดวิดลิปตัน น้อมรับกรอบนโยบายใหม่ของBOJ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่เรียกหานโยบายการคลังและโครงสร้างแข็งแรงมากขึ้นเพื่อเพิ่มเงินหมุนเวียนสำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เปราะบาง(Reuters)
• ภาคบริการของจีนสร้างงานเติบโตเร็วที่สุดในรอบเจ็ดเดือนในเดือน ก.ย. โดยเป็นธุรกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้นแม้ว่าอัตราการเติบโตโดยรวมจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากเดือน ส.ค. ขณะที่ดัชนีPMI ของ Caixin/Markitลดไปสู่ระดับ 52.0 ในเดือนก.ย. หลังปรับค่าตามฤดูกาลจาก 52.0 ในเดือนส.ค. แต่ยังคงสูงกว่า 50.0ซึ่งหมายถึงยังมีการเจริญเติบโตมากกว่าการหดตัว การจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน แม้เป็นการเพิ่มในอัตราปานกลางแต่ก็เร็วสุดนับจากเดือน ก.พ. (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• น้ำมันร่วงราว 1% วันศุกร์เพราะถูกขายทำกำไรหลังจากวิ่งขึ้นในสัปดาห์ก่อนเกือบ 15% ไปสู่จุดสูงสุดรอบ 4 เดือนด้วยความหวังว่า OPEC จะลดกำลังการผลิต น้ำมัน Brent ลง 63 เซนต์ (-1.2%) ปิดที่ 51.88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดิบสหรัฐล่วงหน้าลบ 58 เซนต์ (-1.2%) ปิดที่ 49.86 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)
• ทองคำร่วงเป็นวันที่เก้าในวันศุกร์ แตะจุดต่ำสุดรอบสี่เดือนเพราะมีแรงขายจากการเทรดตามระบบคอมพิวเตอร์หักล้างแรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐที่อ่อนแอ รายสัปดาห์ทองคำก็ยังร่วงหนักที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ราคาทองคำตลาดจรลบ 0.09% ไปอยู่ที่ 1,252.71 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังจากร่วง 1% ลงไปแตะ 1,241.20 ดอลลาร์ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ 8 มิ.ย. โดยรายสัปดาห์ลบไป 4.8% มากสุดนับแต่ มิ.ย. 56(Reuters)






