คาดธุรกิจแซลมอนพลิกเป็นกำไรในปี 2560
ประเด็นการลงทุน
ถึงแม้ว่ากำไรหลักไตรมาส 3/59 จะยังคงมีแนวโน้มลดลง YoY จากผลขาดทุนของธุรกิจแซลมอนและมาร์จิ้นที่ลดลงของธุรกิจทูน่ารับจ้างผลิตและธุรกิจส่งออกกุ้งไทย (ซึ่งเราประเมินว่าเป็นเพียงแค่ผลกระทบเชิงลบระยะสั้น) แต่เราเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกของผลขาดทุนสุทธิของธุรกิจแซลมอนที่ลดลง QoQ ในไตรมาส 3/59 เนื่องจากต้นทุนราคาปลาแซลมอนที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนส.ค.-ต.ค. 2559 โดยเราคาดว่าราคาปลาแซลมอนจะลดลงเข้าสู่ระดับราคาปกติในปี 2560 เราคาดธุรกิจแซลมอนจะขาดทุนลดลงไปอีกในไตรมาส 4/59 และพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ในปี 2560 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากอัตราการเติบโตของธุรกิจหลักที่ยังคงแข็งแกร่งและอัพไซด์จากดีลการซื้อกิจการใหม่ๆ ในอนาคต
ส่องกล้องไตรมาส 3/59 — กำไรหลักลดลง YoY
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ที่ 1.54 พันล้านบาท ลดลง 5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1% QoQ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 20 ล้านบาทในไตรมาส 3/59 และรายการพิเศษอื่นๆ ในไตรมาสก่อนหน้านี้ กำไรหลักคาดว่าจะอยู่ที่ 1.52 พันล้านบาท ลดลง 14% YoY แต่เพิ่มขึ้น 8% QoQ กำไรหลักที่ลดลง YoY เนื่องจากการพลิกกลับมาเป็นขาดทุนสุทธิของธุรกิจแซลมอน (หนุนโดยราคาปลาแซลมอนที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด) มาร์จิ้นของธุรกิจทูน่ารับจ้างผลิตที่ลดลง (เนื่องจากราคาปลาทูน่าที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.) และมาร์จิ้นของธุรกิจกุ้งส่งออกไทยที่ลดลง (ราคากุ้งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในไตรมาส 3/59) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น (การเพิ่มขึ้นของพนักงานและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับศูนย์วิจัย)
ปัจจัยลบข้างต้นกลบมาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์ของ MWB ที่ยังคงแข็งแกร่งและมาร์จิ้นธุรกิจทูน่าของชิคเก้นออฟเดอะซีและธุรกิจเทรดดิ้งกุ้งของชิคเก้นออฟเดอะซีโฟรเซ่นฟู้ดที่ยังคงเพิ่มขึ้น กำไรหลักที่เพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นและผลขาดทุนสุทธิจากธุรกิจแซลมอนที่ลดลง (หนุนโดยราคาปลาแซลมอนที่ลดลงอย่างมาก) เราคาดรายได้ไตรมาส 3/59 ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 2% QoQ (หนุนโดยการเติบโตของยอดขายธุรกิจกุ้งและแซลมอน และการควบรวมกิจการรูเก้น ฟิชตั้งแต่เดือนก.พ. 2559) เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 3/59 ที่ 16.1% เทียบกับ 17.3% ในไตรมาส 3/58 และ 15.8% ในไตรมาส 2/59 เนื่องจากต้นทุนราคาปลาทูน่าและราคากุ้งที่ปรับตัวสูงขึ้น
ธุรกิจแซลมอนคาดว่าจะพลิกกลับมาเป็นกำไรในปี 2560
ราคาต้นทุนวัตถุดิบปลาแซลมอนปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 38-40 โครนต่อกก.ในเดือนก.ย.-ต.ค. 2558 มาอยู่ที่ระดับสูงสุดที่ 79 โครนต่อกก.ในเดือนก.ค. ก่อนที่จะปรับตัวลงมาอยู่ที่ 56-60 โครนต่อกก.ในเดือนส.ค. และ 53-55 โครนต่อกก. ในช่วง เดือนก.ย.-ต.ค. 2559 เราเชื่อว่าการทื่ราคาปลาแซลมอนปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วมาจากอุปทานแซลมอนที่เพิ่มขึ้นและการเก็งกำไรเกินราคาของเทรดเดอร์ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้อุปทานปลาแซลมอนเกิดความเสียหายจากผลกระทบของการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของสาหร่ายในประเทศชิลี ซึ่งกระทบ 6-7% ของอุปทานแซลมอนทั้งหมดทั่วโลก สถานการณ์ราคาวัตถุดิบปลาแซลมอนที่ปรับตัวลดลงจะส่งผลให้มาร์จิ้นของธุรกิจแซลมอนรับจ้างผลิตเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4/59 จนถึงปี 2560 (ธุรกิจแซลมอนรับจ้างผลิตไม่ต้องเก็บสต๊อกสินค้าแต่อย่างใด) ทั้งนี้เราคาดว่าธุรกิจแซลมอนจะขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 80 ล้านบาทในไตรมาส 3/59 เทียบกับขาดทุนสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 250 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิไตรมาส 1/59 ที่ 120 ล้านบาท เนื่องจากการทยอยปรับราคาเพิ่มขึ้นจากสัญญาฉบับใหม่ที่ทำกับลูกค้า ซึ่งจะสั้นลงจาก 6-12 เดือนมาเป็น 3-6 เดือน ดังนั้นเราคาดว่าธุรกิจแซลมอนจะพลิกกลับมาทำกำไรได้ในปี 2560 ซึ่งเป็นปีที่คาดว่าราคาปลาแซลมอนจะกลับสู่ภาวะปกติที่ 35-40 โครนต่อกก.
ปรับลดกำไรสุทธิปี 2559 ลงจากเดิม
เนื่องจากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 9 เดือนของปี 2559 มีแนวโน้มต่ำกว่าคาด โดยรายได้ช่วง 9 เดือนเติบโต 9.9% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นช่วง 9 เดือนอยู่ที่ 15.8% เราจึงทำการปรับลดประมาณการรายได้ลงอีก 5% (มาอยู่ที่ 1.37 แสนล้านบาท) และอัตรากำไรขั้นต้น (จาก 16.2% มาอยู่ที่ 15.5%) เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2559 ลงอีก 6% (มาอยู่ที่ 5.6 พันล้านบาท)






