วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธนินท์'หนุนไทยแลนด์ 4.0 สร้างการเปลี่ยนแปลง

"เจ้าสัวธนินท์" หนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 สร้างการเปลี่ยนแปลงสู่การใช้เทคโลยีขั้นสูง มุ่งใช้หุ่นยนต์ ลดต้นทุนแรงงานเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

การเสวนาในห้วข้อ "พันธมิตรระดับโลกในยุคโลกานิยม" ในงาน The Nikkei Asia 300 Global Business Forum เนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 140 ปี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยมุ่งเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ ถือเป็นโอกาสของไทยและอาเซียน โดยเฉพาะไทยจะได้ประโยชน์เพราะเป็นประเทศศูนย์กลางของอาเซียน และติดกับจีนและอินเดีย แต่ภาครัฐจะต้องสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยจะต้องสร้างกฎหมาย และสิทธิประโยชน์รองรับการลงทุนในอนาคต เช่น อุตสาหกรร ไบโอเทคโนโลยี หุ่นยนต์ และยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งหากทำได้จะส่งเสริมให้ไทยเป็นเป้าหมายของนักลงทุนในอาเซียน

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยและผู้ประกอบการต้องปรับตัว และปรับธุรกิจให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เช่น การปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรยานยนต์สู่รถยนต์ไฟฟ้าและ ยานยนต์ไร้คนขับ การใช้หุ่นยนต์แทนแรงงานมนุษย์ ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยขณะนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ปรับแนวทางการผลิตสู่การสร้างโรงงานไร้แรงงานมนุษย์ในสหภาพยุโรป โดยใช้หุ่นยนต์และเทคโนโลยีใหม่มาควบคุมการผลิตแทน รวมถึงการค้นคว้าวิจัยไบโอเทคโนโลยี มาผลิตสินค้าเกษตรกึ่งอาหารให้มีประสิทธิภาพ และคุณภาพ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เช่นการลงทุนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในประเทศด้อยพัฒนา ไม่มีความเป็นห่วงว่าจะผลิตอาหารไม่ได้ เพราะเครือเจริญโภคภัณฑ์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพียงแค่การกดปุ่มก็สามารถผลิตอาหารเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับปริมาณประชากรโลกที่จะเพิ่มขึ้นมากในอนาคต ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ ไม่กังวลว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร แต่เป็นห่วงภาวะเงินฝืดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมากกว่า เนื่องจากปริมาณการผลิตอาหารจะล้นโลก

นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้จับมือเป็นพันธมิตร กับบริษัท อิโตชู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทการค้ายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เพื่อผลิตอาหารสำหรับผู้สูงอายุ ป้อนให้กับสถาบันรับดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่น ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุยืนยาวและมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่จะไม่ลงทุนเกี่ยวกับการสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและอุปกรณ์ต่างๆ เนื่องจากญี่ปุ่นความเชี่ยวชาญและใช้หุ่นยนต์เข้ามาดูแลผู้สูงอายุได้ดีอยู่แล้ว

นายธนินท์ ยืนยันว่า การลงทุนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในประเทศต่างๆ จะยึดหลัก 3 ประโยชน์ คือ เกิดประโยชน์กับประเทศที่ลงทุน เกิดประโยชน์กับประเทศที่ไปลงทุน และเกิดประโยชน์กับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งหมายถึงประเทศไทยได้ประโยชน์ด้วย และขณะนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้สร้างศูนย์ฝึกอบรมผู้นำ โดยคัดผู้บริหารจากกลุ่มงานต่างๆ มาอบรมจากพนักงานทั้งหมด 300,000 คนเพื่อสร้างคนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง และมีการกระจายอำนาจในกลุ่มผู้บริหาร โดยประยุกต์ความรู้จากอาจารย์ของแจ็ค เวลซ์ ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทเจเนรัล อิเล็กทริคส์ หรือ GE มาใช้ให้เหมาะสมกับเอเชีย เพราะพนักงานคือมันสมองของธุรกิจ โดยพนักงานที่ดีต้องมีความสามารถ มีคุณธรรม

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจโลกในอนาคต มองว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯจะฟื้นตัวได้เร็วที่สุด เนื่องจากสหรัฐฯมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า มีกฎหมายที่คล่องตัวได้เปรียบประเทศอื่นๆ ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นจะฟื้นตัวเป็นประเทศที่สอง และมีโอกาสแซงหน้าสหรัฐฯ และขยับขึ้นเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกได้ หากญี่ปุ่นกล้าเสี่ยงทางธุรกิจมากขึ้น ส่วนจีนจะฟื้นตัวเป็นประเทศที่สาม เพราะสถานการณ์การเมืองนิ่งมีความต่อเนื่องของนโยบายและเศรษฐกิจมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก โดยรัฐบาลต้องเปิดโอกาสให้เอกชนจีนกู้เงืนเพื่อลงทุนธุรกิจ เนื่องจากรายได้ของรัฐบาลจีนร้อยละ 60 มาจากเอกชน และอีกร้อยละ 40 มาจากรัฐวิสาหกิจ และในจีนเต็มไปด้วยธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะธุรกิจบริการ