วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้   :  แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้าง รอปัจจัยบวกใหม่ๆสนับสนุน โดยเฉพาะการรายงาน Nonfarm Payrolls ของสหรัฐในคืนวันนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ส่วนใหญ่ปรับตัวลงเล็กน้อย โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศวานนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ อยู่ที่ 249,000 ราย ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้เล็กน้อยที่ 250,000-260,000 ราย และลดลง 5,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้า เป็นสัญญาณว่าภาคแรงงานของสหรัฐกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

แนวรับ/แนวต้าน : 1500/1525 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน

หุ้นแนะนำ

CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ต้นทุนอาหารสัตว์ที่อยู่ในระดับต่ำ

PTT (405) : คาดได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่โอเปกบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน ประกอบกับภาพรวมธุรกิจก๊าซที่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วง 2H59 นอกจากนี้เราคาดว่า PTT จะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงสิ้นปี 59 นี้

BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การฟื้นตัวอย่างมากของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น

TPCH (24.56) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าฯ ประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมช่วงเดือนที่ผ่านมา และเดือนนี้ ไม่น่ารุนแรงจนมีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของทั้งนักลงทุนและผู้บริโภค ประเมินเบื้องต้นไว้ว่า สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้จะสร้างความเสียหายในภาพรวมต่อภาวะเศรษฐกิจเพียง 6,000-7,000 ล้านบาท หรือกระทบไม่เกิน 0.05% ของจีดีพีเท่านั้น (เดลินิวส์)

+ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แจ้งความคืบหน้าโครงการก่อสร้างพิเศษ (ทางด่วน) สายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอก ระยะทาง 19 กิโลเมตร (กม.) งบประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาทว่า ขณะนี้ผลการศึกษาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการออกแบบรายละเอียดโครงการ ซึ่งมีความคืบหน้าแล้วประมาณ 80% โดยภายในสิ้นปีนี้จะสามารถเปิดประกวดราคาเพื่อหาผู้รับเหมาก่อสร้าง จากนั้นจะลงนามในสัญญาได้ในระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2560 (มติชน)

- นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เร่งศึกษาการจัดเก็บภาษีสิ่งปลูกสร้างตามแนวรถไฟฟ้า เนื่องจากรัฐบาลได้พัฒนาและเชื่อมโยงด้านคมนาคม ระหว่างเมืองและชนบท โดยรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ มี 12 เส้นทาง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 เมื่อรวมกับเส้นทางในต่างจังหวัดทำให้ตามแนวเส้นทางต่าง ๆ เกิดการพัฒนาและเชื่อมโยงไปด้วย ส่งผลให้รัฐบาลมีแนวคิดที่จะจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม เพราะผู้ประกอบการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาดังกล่าว(โพสต์ทูเดย์)

ปัจจัยต่างประเทศ

- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันพฤหัสบดี แม้จำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกก็ตาม ก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะบ่งชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ภายในสิ้นปีทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 12.53 จุดหรือ 0.07% สู่18,268.50 ดัชนี S&P 500ปิดบวก 1.04 จุดหรือ 0.05%สู่ 2,160.77 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 9.17 จุดหรือ 0.17% สู่ 5,306.85 (รอยเตอร์ )--

+ ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันพฤหัสบดี หลังหุ้นอีซี่เจ็ทร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี แม้หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้วก็ตาม หุ้นอีซี่เจ็ทซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำร่วงลงเกือบ 7% หลังเปิดเผยว่า ผลกำไรในปีนี้อาจดิ่งลงมากกว่า 25% โดยร่วงลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 อันเป็นผลจากความวิตกด้านความปลอดภัยและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ ดัชนี DAX ของตลาดหุ้นเยอรมนีปิดลบ 16.98 จุดหรือ 0.16% สู่ 10,568.80, ดัชนี CAC-40 ของตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดปรับลง 9.85 จุดหรือ 0.22% สู่ 4,480.10, ดัชนี FTSEurofirst 300 ของหุ้นกลุ่มบลูชิพทั่วยุโรปปิดลบ 5.58 จุดหรือ 0.41% สู่ 1,350.73 และดัชนี STOXX 600 สำหรับหุ้นทั่วยุโรปปิดปรับลง 1.38 จุด หรือ 0.4% สู่ 342.82 (รอยเตอร์ )--

+ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันในวันนี้ ขณะเยนที่อ่อนค่าลงได้เพิ่มความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน และหุ้นฟูจิตสึพุ่งขึ้นรับข่าวที่ว่า บริษัทเลอโนโวกำลังจะเทคโอเวอร์ธุรกิจคอมพิวเตอร์ของฟูจิตสึ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 79.86 จุด หรือ 0.47% ที่ 16,899.10 หุ้นฟูจิตสึพุ่งขึ้นถึง 5.7% หลังจากรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัทเลอโนโว กรุ๊ปของจีนกำลังเจรจาเพื่อเทคโอเวอร์ธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของฟูจิตสึ (รอยเตอร์ )--

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% สู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนในวันพฤหัสบดี โดยได้แรงหนุนจากการจัดประชุมอย่างไม่เป็นทางการอีกครั้งของโอเปกเกี่ยวกับการปรับลดการผลิตน้ำมันในสัปดาห์หน้า และการร่วงลงต่อเนื่องของสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพ.ย.ปิดบวก 61 เซนต์หรือ 1.2% สู่ระดับ 50.44 ดอลลาร์/บาร์เรล (รอยเตอร์ )--