ไทยรับอานิสงส์‘หยวน’เข้าตะกร้าเงินโลกหนุนศก.ระยะยาว

“แบงก์ชาติ”มองเงินหยวนเข้าตะกร้าเอสดีอาร์ ส่งผลดีเศรษฐกิจไทยระยะยาว เหตุเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการกระจายความเสี่ยงหันมาใช้เงินหยวน
แทนการใช้ดอลลาร์ที่ค่อนข้างผันผวน ขณะยอดใช้เงินหยวนชำระเงินเพิ่มกว่า 10 เท่า จาก 5 ปีก่อน
นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า การที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) นำเงินหยวนเข้ามาคำนวณในตระกร้าสกุลเงินในสิทธิพิเศษถอนเงิน(เอสดีอาร์) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ในเชิงผลกระทบเชื่อว่าระยะสั้นจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากปัจจุบันเงินหยวนเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายอยู่แล้ว
จากข้อมูลของระบบสื่อสารด้านการเงินระหว่างธนาคารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงทั่วโลก(Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication หรือ SWIFT) ล่าสุด พบว่า การใช้เงินหยวนมีสัดส่วนสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก
สำหรับการใช้เงินหยวนในประเทศไทย แม้ปัจจุบันสัดส่วนยังอยู่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ แต่ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก โดยปริมาณธุรกรรมที่ใช้เงินหยวนในปัจจุบันเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า เมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน
ส่วนแนวโน้มการลงทุนในสินทรัพย์เงินหยวน น่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาหลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยก็ได้ให้ความสนใจเข้าไปลงทุนในจีนระดับหนึ่งแล้ว
นางสาววชิรา กล่าวว่า ในส่วนของผลที่มีต่อเศรษฐกิจนั้น คาดว่าระยะยาวไทยจะได้ประโยชน์จากการที่เงินหยวนเข้าสู่ตระกร้าเอสดีอาร์มากขึ้น เพราะน่าจะทำให้เงินหยวนเป็นทางเลือกการชำระเงินที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยในการกระจายความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน จากการใช้เงินดอลลาร์เพียงสกุลเดียวที่ค่อนข้างจะมีความผันผวนสูง
ขณะเดียวกัน ก็เป็นผลดีในแง่ของการเจรจาต่อรองส่วนลดหรือสิทธิพิเศษกับคู่ค้าจีน เนื่องจากคู่ค้าฝ่ายจีนจะไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเอกสารที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งอาจช่วยลดต้นทุนการแลกเปลี่ยนเงินให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่มีภาระทั้งด้านรับและจ่ายเป็นเงินหยวน
ดังนั้นด้วยความสำคัญด้านการค้ากับจีน ซึ่งปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย คิดเป็นประมาณ 16% ในปี 2558 ซึ่งการใช้เงินหยวนจึงน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยขยายโอกาสทางการค้าระหว่างไทยกับจีนต่อไปในอนาคต
นางสาววชิรา กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา ธปท. ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นรวมถึงเงินหยวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกในการชำระเงินสำหรับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสถาบันการเงินและผู้ประกอบการที่ต้องการใช้เงินหยวนให้มากยิ่งขึ้น เช่น การผลักดันให้มีธนาคารชำระดุลเงินหยวน(RMB Clearing Bank) ในประเทศไทย ซึ่งช่วยให้ธนาคารพาณิชย์ในไทยสามารถเข้าถึงและบริหารสภาพคล่องเงินหยวนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกรรมเงินหยวน รวมทั้งการจัดทำและต่ออายุความตกลงทวิภาคีในการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนและบาท(Bilateral Swap Arrangement) กับธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อให้ทั้งสองธนาคารกลางเข้าถึงสภาพคล่องเงินสกุลท้องถิ่นของคู่สัญญาได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจและสถาบันการเงินว่าจะมีสภาพคล่องในระบบอย่างเพียงพอ
นางสาววชิรา กล่าวด้วยว่า ธปท. ยังร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์และหน่วยงานอื่นๆ ในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เงินหยวนแก่ผู้ร่วมตลาดอย่างต่อเนื่อง







