"จ๊อบส์ ดีบี" เผย 10 บริษัทที่คนไทยอยากร่วมงาน "ปตท.-เอสซีจี-โตโยต้า" ติดโผ 3 อันดับแรก ระบุสิทธิประโยชน์-ความมั่นคง สิ่งแรกที่แรงงานต้องการ
ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้นักศึกษาจบใหม่หางานทำยากขึ้น อย่างไรก็ตามจากผลสำรวจของบริษัทจัดหางาน ระบุว่า พวกเขายังอยากร่วมงานกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงในไทย แม้ว่าบริษัทต่างๆจะมีแนวโน้มรับพนักงานลดลง
นางสาวนพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์จัดหางานระดับเอเชีย เปิดเผยผลสำรวจ 10 อันดับบริษัทยอดนิยมที่คนอยากทำงานมากที่สุดในไทย
โดยสำรวจจากคนไทย 446 คน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-มิ.ย. 2559 แบ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ 10% ระดับเจ้าหน้าที่ 26% ระดับเจ้าหน้าที่ระดับกลาง 28% ระดับหัวหน้างานและผู้จัดการ 36%
โดยพบว่า 10 อันดับบริษัท ที่ผู้หางานคนไทยสนใจอยากร่วมทำงานด้วย ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG 3.โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด 4. บริษัทกูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด 5.บริษัทเอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด 6. บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส 7. บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด 8.บริษัท เชฟรอน (ประเทศไทย) จำกัด 9. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และ 10.บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ผู้หางานในกลุ่มนักศึกษาจบใหม่รู้จักชื่อเสียงของบริษัทเหล่านี้เรียงตามลำดับ แก่ การเข้าชมเว็บไซต์, มีสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนทำงานในบริษัทนั้นๆ, ได้ยินคนอื่นพูดถึงต่อๆ กัน, ได้ยินจากข่าวต่างๆ, ใช้สินค้าหรือบริการของบริษัทนั้นๆ
ขณะที่กลุ่มผู้มีประสบการณ์ คือ การได้ยินจากผู้อื่น, ได้ยินจากข่าวสารต่างๆ, มีสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนทำงานในบริษัท, การเข้าชมเว็บไซต์ และใช้สินค้าหรือบริการของบริษัทนั้นๆ
“สิทธิประโยชน์”จูงใจร่วมงาน
ขณะที่สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนที่ทำให้ผู้หางานอยากร่วมงานกับ 10 องค์กร ได้แก่ ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีขึ้น หรือเงินจูงใจ โบนัส ค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุมบุคคลในครอบครัว 16% รองมาคือความมั่นคงในอาชีพ 15.6% ชื่อเสียงขององค์กร 13% ฐานเงินเดือนที่แข่งขันได้ 11% โอกาสในการฝึกอบรมและพัฒนาเพื่อความก้าวหน้า 10% มีคุณค่าองค์กรที่ดี หรือสภาพแวดล้อม สังคม และมนุษยธรรม 8% สภาพแวดล้อมในการทำงานที่เอื้ออำนวย 7% มีโอกาสได้รับการโปรโมท 6% มีการบริหารที่สร้างแรงบันดาลใจ/ทีมงานมีภาวะผู้นำ 5% และมีโอกาสในการย้ายสถานที่ที่ทำงานไปต่างจังหวัด หรือภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงต่างประเทศ 10%
“มั่นคงอาชีพ”ปัจจัยเลือกงาน
นางสาวนพวรรณ ยังกล่าวว่า ปัจจัยที่สนับสนุนกลุ่มนักศึกษาจบใหม่อยากร่วมงานกับ 10 องค์กร คือ ความมั่นคงในอาชีพ โอกาสในการฝึกฝนและพัฒนาเพื่อความก้าวหน้า ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดี อาทิ เงินจูงใจ โบนัส และค่ารักษาพยาบาล องค์กรมีชื่อเสียง และมีโอกาสในการได้รับการโปรโมท-พัฒนาสายอาชีพ
ส่วนผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานจะเลือกจากปัจจัยดังนี้ สิทธิประโยชน์ที่ดี ความมั่นคงในอาชีพสูง, องค์กรมีชื่อเสียง ฐานเงินเดือนที่สามารถแข่งขันได้ และโอกาสในการฝึกฝนอบรมและพัฒนาเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
“สวัสดิการและความมั่นคงในอาชีพการงาน ซึ่งมีสัดส่วนเท่าๆกัน โดยเรื่องของสวัสดิการนับว่าเป็นสิ่งจูงใจอย่างยิ่งและยังเป็นค่าตอบอันดับต้นๆ ที่หลายๆ ประเทศระบุเช่นกัน อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เป็นต้น โดยเฉพาะในเรื่องเงินโบนัส ค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุมถึงครอบครัว รวมถึงค่าที่อยู่อาศัยและค่าเดินทางเพื่อดำรงชีวิต ขณะที่ความมั่นคงในอาชีพสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยต้องการหน้าที่การงานที่มั่นคง เพราะไม่ต้องการเปลี่ยนงาน”
“อินเทอร์เน็ต”ช่องทางหางานหลัก
ในส่วนช่องทางการหางานที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนี้ คือการค้นหาข้อมูลตำแหน่งงานจากช่องทางอินเทอร์เน็ต หรือเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึงการใช้แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ที่ปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่ากว่า 36%ที่เข้าใช้บริการหางานของเว็บไซต์จ็อบส์ ดีบี มาจากกลุ่มนี้ และมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การได้ยินคนอื่นพูดต่อๆ กันมาและได้ยินจากข่าวและโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่ผู้หางานไทยให้ความสำคัญคิดเป็น20%ขณะที่การนำแนะจากครอบครัวหรือเพื่อน16%และจากการเข้าไปชมเว็บไซต์ของบริษัทหรือเว็บไซต์รับสมัครงาน15%
ขาดแคลน“นักคณิตศาสตร์ประกันภัย”
ทั้งนี้ สายอาชีพที่เป็นที่ต้องการของตลาดในขณะนี้ ได้แก่ งานขายและบริการหลังการขาย แม้ว่าจะเป็นกลุ่มอาชีพที่มีขาดแคลนในปัจจุบันแต่ยังมีความต้องการสูงในตลาดแรงงานของไทย โดยเฉพาะพนักงานขายในกลุ่มเฉพาะด้าน เช่น พนักงานขายด้านวิศวกรรม พนักงานขายด้านการแพทย์
รองมาคือกลุ่มอาชีพด้านไอที, วิศวกร, งานด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ และงานด้านบุคคล ขณะที่ แรงงานที่ขาดแคลนพบว่าเป็นสายอาชีพคณิตศาสตร์ประกันภัย วิทยาศาสตร์ วิศวกร งานด้านไอทีและดิจิทัล งานบัญชีในระดับเริ่มต้น
อัตราว่างงานคนไทยกระเตื้อง
ขณะที่ อัตราการว่างงานของคนไทยจากตัวเลขของสำนักสถิติแห่งชาติ ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2559 อยู่ที่ 0.9%เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1.0%นับว่าดีขึ้นแต่ยังไม่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ
โดยกลุ่มผู้ที่ตกงานส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี นอกจากนี้ ผู้จบการศึกษาใหม่ยังมีความต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองซึ่งมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องรวมถึงกลุ่มที่ต้องการเป็นฟรีแลนซ์เพราะต้องการความเป็นอิสระ ไม่ต้องการผูกมัดกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง







