วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เบสท์เวสเทิร์น’เปิด3แบรนด์ใหม่เจาะโรงแรมกลาง-เล็ก

เบสท์เวสเทิร์นโฮเทลแอนด์รีสอร์ท เผยกลยุทธธุรกิจใหม่ “ไวท์เลเบล” ชู 3 แบรนด์ใหม่กลุ่ม “ชัวร์สเตย์” เจาะธุรกิจโรงแรมขนาดกลางและเล็ก

เบสท์เวสเทิร์นโฮเทลแอนด์รีสอร์ท เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในปีนี้ โดยเปิดตัว “ชัวร์สเตย์” ธุรกิจโรงแรมในรูปแบบใหม่ “ไวท์เลเบล” โดยชัวร์สเตย์จะเป็นบริษัทย่อย ซึ่งแม้จะแยกการบริหารงานอย่างชัดเจน แต่โรงแรมจะสามารถใช้ประโยชน์จากระบบพื้นฐานและช่องทางการจัดจำหน่ายเดียวกันกับโรงแรมในเครือเบสท์เวสเทิร์นทั่วไป

แบรนด์ทางเลือกใหม่นี้ แบ่งออกเป็น 3 แบรนด์ย่อย ได้แก่ ชัวร์สเตย์ (โรงแรมแบบประหยัด) ชัวร์สเตย์พลัส (โรงแรมแบบมาตรฐาน อยู่ระหว่างแบบประหยัดและระดับกลาง) และ ชัวร์สเตย์ซิกเนเจอร์คอลเลคชั่น (โรงแรมระดับกลาง) ทั้งนี้ เบสท์เวสเทิร์น มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับเจ้าของกิจการโรงแรมที่ประกอบกิจการแล้วไม่ได้รับผลกำไรเท่าที่ควรจะเป็น

เดวิด คอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท กล่าวว่าตลาดโรงแรมแบบประหยัดและระดับกลาง ในสหรัฐอเมริกา มี 17,000 โรงแรม ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของแบรนด์ต่างๆ และอีก 12,000 โรงแรมที่ไม่อยู่ภายใต้แบรนด์ใด การบุกตลาดไวท์เลเบลนี้เป็นโอกาสให้เบสท์เวสเทิร์นได้รุกเข้าไปในกลุ่มโรงแรมที่มีศักยภาพโดยไม่ติดภาพของแบรนด์ใดๆ ปัจจุบันโรงแรมเหล่านี้เข้าถึงลูกค้าได้น้อยมาก ทำให้ไม่สามารถทำรายได้จำนวนมากได้ และเจ้าของยังต้องเผชิญกับค่าแฟรนไชส์ที่สูง ในขณะที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ และบริการอื่นๆ จากแบรนด์เจ้าของแฟรนไชส์

ชัวร์สเตย์ทั้ง 3 แบรนด์นี้ จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่เดิมของเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ซึ่งเป็นโอกาสให้เบสท์เวสเทิร์นได้ยกระดับระบบพื้นฐาน และเพิ่มแหล่งทำรายได้ใหม่ รวมทั้งก้าวเข้าสู่ช่องทางใหม่ในโลกธุรกิจโดยไม่ต้องสูญเสียจุดยืนเดิมที่มีอยู่ยาวนานในตลาด

สิทธิประโยชน์ที่เจ้าของกิจการจะได้รับเมื่อเลือกร่วมงานกับชัวร์สเตย์นั้นมีหลากหลาย โรงแรมในเครือชัวร์สเตย์จะได้ใช้ช่องทางการจัดจำหน่าย และค่าคอมมิชชั่นในอัตราเดียวกันกับโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น สำหรับบริษัทตัวแทนผู้ให้บริการด้านการจองที่พักโรงแรม (OTA - Online Travel Agency) รวมทั้งระบบเว็บไซต์ที่มีรางวัลรับรองคุณภาพ และความเชี่ยวชาญในวงการโรงแรมที่มีมานานกว่า 70 ปี

นอกจากนั้นเจ้าของกิจการจะได้รับการติดตั้งระบบบริหารจัดการโรงแรมแบบคลาวด์เบส (Cloud-based) และช่องทางดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ทั้งกูเกิลทัวร์ 360 องศา (Google 360 Virtual Reality Tour) และการสนับสนุนในเรื่องของการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับการค้นหาในตำแหน่งที่ดีที่สุด (SEO - Search Engine Optimization) และการทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ต (SEM - Search Engine Marketing) แต่ละโรงแรมจะได้รับคำแนะนำในเรื่องการบริหารจัดการสื่อโซเชียล ตลอดจนถึงความช่วยเหลือด้านการขาย ซึ่งจะมีทีมขายจากส่วนกลางที่มุ่งเน้นการขายกลุ่มลูกค้าธุรกิจและนักท่องเที่ยวอีกด้วย

 

การเข้าเป็นโรงแรมเครือชัวร์สเตย์ โรงแรมเพียงต้องรักษาสถานะคะแนนใน ทริปแอดไวเซอร์(TripAdvisor) ที่ 3.5 คะแนนหรือสูงกว่า และต้องรักษาพันธะสัญญาของการบริการแบบชัวร์สเตย์ นั่นก็คือ “แก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูกต้อง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในทุกการเข้าพัก” (If something goes wrong, we will make it right. You should feel SURE about your stay)

“ชัวร์สเตย์มีความประสงค์ที่จะรวบรวมกลุ่มโรงแรมที่ต้องการสร้างความแตกต่างในตลาด โดยมุ่งเน้นการบริการที่มีคุณภาพและน่าประทับใจ เราต้องการสร้างความเชื่อมโยงกับลูกค้า เพื่อให้พวกเขาเกิดความมั่นใจ ด้วยคุณภาพและความใส่ใจที่เกินความคาดหมาย ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงกับลูกค้าในกลุ่มนี้”

สำหรับ 100 โรงแรมแรกที่เข้าร่วมกับเครือชัวร์สเตย์ จะได้รับสิทธิประโยชน์ รวมถึงการยกเว้นค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 5 ปี การฝึกอบรม และการสนับสนุนด้านการขายและการตลาดที่จะเกิดขึ้นในทันที นอกจากนั้น ค่าการตลาดและเทคโนโลยีทั้งหมด จะถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อโรงแรม เพื่อให้มั่นใจว่าโรงแรมจะประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ชัวร์สเตย์ได้เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการในกลุ่มเจ้าของกิจการโรงแรมในเครือเบสท์เวสเทิร์น และได้เปิดกว้างให้เจ้าของโรงแรมที่ไม่ประสงค์จะดำเนินการด้านโครงการตกแต่งภายในและการออกแบบตามมาตรฐานของเบสท์เวสเทิร์นจนสำเร็จลุล่วง ให้เปลี่ยนมาเป็นแบรนด์ชัวร์สเตย์ และเกือบ 20 โรงแรมได้ตอบรับข้อเสนอนี้ ชัวร์สเตย์คาดการณ์ว่าจะมี 150 โรงแรมในเครือภายใน 3 ปี และ 800 โรงแรมในอีก 10 ปีข้างหน้า

“เราเชื่อว่าชัวร์สเตย์ สามารถทำให้ทุกฝ่ายต่างก็ได้ผลประโยชน์ (Win-Win Situation) ลูกค้าของโรงแรมได้รับความเอาใจใส่และการบริการที่เหนือระดับ เจ้าของโรงแรมได้รับผลประกอบการที่ดี และตัวแบรนด์เองได้มีแหล่งทำรายได้ใหม่” มร. คอง กล่าวสรุป