วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไอ.ซี.ซี.' ส่งหุ่นยนต์ดินสอ 100 ตัว เสริมแกร่ง

"ไอ.ซี.ซี." สบช่องเทคโนโลยีการขายสมัยใหม่ ส่งหุ่นยนต์ "ดินสอ" 100 ตัว เสริมแกร่งบริการการขาย ระบุเป็นหุ่นยนต์บริการตัวแรกของโลก

ปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการตลาด ที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมภาพลักษณ์และการขายให้กับแบรนด์สินค้า ล่าสุดบริษัทไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมนำสั่งหุ่นยนต์ “ดินสอ” มาให้บริการลูกค้าภายในร้านสาขา 100 ตัว

นายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จำกัด ในเครือสหพัฒน์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศกว่า 200 แบรนด์ เปิดเผยว่า บริษัทเห็นถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจค้าปลีก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขาย

ล่าสุดเปิดตัวหุ่นยนต์ “ดินสอ” หรือหุ่นยนต์บริการการขายตัวแรกของโลก เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยให้กับพนักงานขายสินค้า ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพงานขายสินค้าได้อีกทางหนึ่ง โดยหุ่นยนต์ดังกล่าว เป็นการวิจัยและพัฒนาโดยคนไทยจากบริษัท ซีที เอเชีย โรโบติกส์ จำกัด

ซื้อ100ตัวเสริมแกร่งงานขาย

ทั้งนี้ เบื้องต้นจะสั่งซื้อหุ่นยนต์ดังกล่าว จำนวน 100 ตัว เพื่อนำมาให้กับร้านสาขาในเครือไอ.ซี.ซี. โดยเบื้องต้นจะเริ่มทดลองใช้งาน 1 ตัว นำร่องสาขาแรกที่ร้านแอร์โร่ สาขาเทอร์มินอล 21 ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ ซึ่งหลังจากทดลองและดูประสิทธิผลโดยเฉพาะในเรื่องของยอดขายแล้ว บริษัทจะทยอยนำเข้ามาใช้บริการในร้านสาขาต่างๆ ของเครือไอ.ซี.ซี. ที่มีอยู่ 200 แบรนด์

ขณะที่สาขาที่จะให้บริการจะเน้นไปที่แบรนด์แอร์โร่, วาโก้ และบีเอสซี เพราะเป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ที่จะให้บริการในร้านสาขาที่มีพื้นที่มาก ขณะที่หุ่นยนต์ขนาดเล็กจะให้บริการในเคาน์เตอร์เครื่องสำอางบีเอสซี

หุ่นยนต์สื่อสาร 5 ภาษา

ทั้งนี้ คุณสมบัติของหุ่นยนต์ดังกล่าว คือ การบริการกล่าวทักทายต้อนรับลูกค้า ซึ่งพูดได้ถึง 5 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางเข้ามาในไทย นอกจากนี้ ยังสามารถจดจำใบหน้าด้วยการถ่ายรูปและบันทึกฐานข้อมูลของลูกค้าสมาชิกฮิสแอนด์เฮอร์ (His & Her)

นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ช่วยให้แก่พนักงานขาย ในการให้ข้อมูลสินค้าด้วยการสแกนบาร์โค้ดเพื่อแนะนำรายละเอียดสินค้า ทั้งสี ราคา ขนาด และจำนวนสินค้าที่มีอยู่ รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ

นอกจากนี้ ยังสามารถชำระซื้อสินค้าผ่านบัตรเครดิตได้ทันทีผ่านหุ่นยนต์ ซึ่งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรในสายตาผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง

“การนำหุ่นยนต์มาใช้ในครั้งนี้ไม่ได้นำมาทดแทนพนักงานที่ปัจจุบันมีอยู่ 6,000 คน แต่การเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านเครื่องมือทางการตลาดให้แข็งแกร่ง และยังเป็นมิติใหม่ของเทคโนโลยีการขาย ซึ่งจะทำให้เห็นว่าไอ.ซี.ซี. ก้าวนำหน้ายุคอุตสาหกรรม 4.0 ไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 5.0 ” นายบุญเกียรติ กล่าว

กำลังซื้อไตรมาส4กระเตื้อง

ขณะที่ภาพรวมกำลังซื้อผู้บริโภคในช่วงไตรมาส 4 มองว่าเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เป็นผลมาจากปัจจัยลบต่างๆ เริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในการจับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้น

ทั้งนี้ หากมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐออกมาเหมือนกับช่วงปลายปีที่ 2558 ที่ให้ประชาชนนำใบกำกับภาษีมาคืนภาษี จะทำให้เกิดความคึกคักในด้านการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปี

ส่วนของผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา พบว่าทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในช่วง 6 เดือนแรก(ม.ค.-มิ.ย.) มีกำไรอยู่ที่ 600 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีความว่าผลกำไรปีนี้จะทำได้ 1,000 ล้านบาท

เล็งขยายตลาดลูกค้าคอนซูเมอร์

นายเฉลิมพล ปุณโณทก ประธานกรรมการ บริษัท ซีที เอเชีย โรโบติกส์ จำกัด ผู้พัฒนาหุ่นยนต์เพื่อการพาณิชย์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นบริษัทจะส่งมอบหุ่นยนต์ให้กับไอ.ซี.ซี.ทั้งหุ่นยนต์ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก จำนวน 20 ตัว ภายใต้ระยะเวลาที่กำหนดเพื่อนำไปใช้กับธุรกิจค้าปลีก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาทักษะต่างๆ โดยเฉพาะการป้อนข้อมูลด้านภาษาต่างๆ เพื่อรองรับกับนักท่องเที่ยวชาติต่าง

สำหรับแผนการทำตลาดจากนี้ไป จะขยายตลาดไปสู่ผู้บริโภคมากขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดผู้สูงอายุ หลังจากไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้อายุในอีกไม่เกิน 5 ปีจากนี้ หรือคิดเป็นจำนวนประชากรผู้สูงอายุ 8-10 ล้านคน เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของประเทศ

ล่าสุดได้คำสั่งซื้อจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลพญาไท และโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ผ่านตัวแทนจำหน่าย หรือบริษัทเทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือTMเพื่อนำไปดูแลผู้สูงอายุในโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองให้บริการ และคาดว่าจะส่งมอบได้ในช่วงสิ้นปีนี้ จำนวน 500 ตัว

สำหรับหุ่นยนต์ดังกล่าวบริษัทได้วิจัยและพัฒนามานานกว่า 6 ปี ภายใต้งบ 100 ล้านบาท ปัจจุบันส่งขายให้กับประเทศญี่ปุ่นผ่านตัวแทนจำหน่ายกว่า 500 ตัว เพื่อใช้ดูแลผู้ป่วยและคนชรา รวมถึงประเทศสวีเดน 12 ตัว เพื่อนำไปใช้บริการในร้านอาหาร

ผลิตหุ่นยนต์ทดแทน 4 อาชีพ

ปัจจุบันหุ่นยนต์ดังกล่าวสาขาทำงานได้ 4 สาขาอาชีพ ได้แก่ การแนะนำสินค้าตามงานอีเวนท์ต่างๆ, งานเสิร์ฟอาหาร, งานดูแลผู้สูงอายุ และงานบริการด้านการขาย โดยบริษัทจะวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หุ่นยนต์มีประสิทธิภาพตามความต้องการของลูกค้า

ขณะที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมทั้งขนาดเล็กและตัวใหญ่อยู่ที่ 500 ตัวต่อเดือน จากกำลังการผลิตที่ใช้ไป 80-90% ของกำลังการผลิตทั้งหมดจากโรงงานย่านถนนพัฒนาการ โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ 8.5 หมื่นบาทจนถึง 1 แสนบาทสำหรับขนาดเล็ก และไม่เกิน 1 ล้านบาทสำหรับขนาดใหญ่