วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

KBANK - ซื้อ

คาดกำไรไตรมาส 3/59 ฟื้นจากสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลดลง

ประเด็นการลุงทุน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเราได้เข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ของ KBANK โดยทางผู้บริหาร คุณ จงรัก รัตนเพียร รองกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการสายการเงิน และทีมนักลงทุนสัมพันธ์ ได้กล่าวถึงแนวโน้มของธนาคารในครึ่งหลังของปี 2559 ซึ่งจะเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวจากการบริหารหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ดีและแนวโน้มของการตั้งสำรองหนี้เพื่อสูญฯที่ต่ำจากช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ซึ่งเป็นไปตามประมาณการเรา ในปี 2559 เรามองว่าภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 จะช่วยลดความเสี่ยงของประมาณการกำไรที่เราคาดการณ์ไว้ในปี 2559 ทั้งนีเราคาดการณ์ว่ากำไรจะอยู่ที่ 4.2 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6% YoY) และ 4.97 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 18% YoY) โดยแนวโน้มกำรฟื้นตัวและมูลค่าหุ้น KBANK ที่ถูกอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เราคงคำแนะนำ “ซื้อ”

คาดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายแตะจุดสูงสุดไตรมาส 3/59=สำรองหนี้สูญฯลดลงปีหน้า

KBANK มองว่าอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะแตะจุดสูงสุดในไตรมาส 3/59 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในไตรมาส 4/59 เป็นต้นไป เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ KBANK ได้ยุติโปรแกรมการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง ซึ่งผลออกมาค่อนข้างน่าพอใจ (เหลือเพียง 1 หมื่นล้านบาท จากยอดรวมทั้งหมดในการปล่อยสินเชื่อ 1.4 แสนล้านบาท) หมายความว่าอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในปี 2559 อาจจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ 3.5-3.6% เนื่องจากเราเชื่อว่าการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯจะต่ำในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 หลังจากพุ่งสูงใน 3Q16 โดยผู้อำนวยการสายการเงินคงเป้าต้นทุนการปล่อยสินเชื่อ (Credit cost) อยู่ที่ 190bps หลังจากที่ธนาคารตั้งสำรองความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ 243bps ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 นั่นหมายความว่าความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใน 2H59 คาดว่าจะอยู่ที่ 140bps หรือ 1.2 หมื่นล้านบาท เป็นไปตามที่เราประมาณการไว้

คงเป้าการเติบโตของสินเชื่อ 2559 อยู่ที่ 6-7% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย

KBANK คงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ 6-7% ซึ่งมาจากกลุ่มบรรษัทและการปล่อยสินเชื่อรายย่อย ทั้งนี้การเติบโตของการปล่อยสินเชื่อในเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 3.4% YTD หนุนโดยการเติบโตของบรัษัท 9.4% YTD การปล่อยสินเชื่อ SME เพิ่มขึ้น 1.8% YTD และการปล่อยสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้น 0.2% YTD ดังนั้นผู้บริหารคาดว่าเป้าหมายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 3.4-3.6% มีความเป็นไปได้สูงเนื่องจากแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 นอกจากนั้นนโยบายดอกเยี้ยของธนาคารแห่งประเทสไทยที่ได้ประกาศยืนดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% จากช่วงครึ่งแรกของปี 2559 เนื่องจากแนวโน้มของสภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ดังนั้นเราจึงคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อจะอยู่ที่ 7% ด้วยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 3.48% ใกล้เคียงกับประมาณการธนาคาร


คาดกำไรโต 7% YoY ในไตรมาส 3/9 จากสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ต่ำลง

เราคาดว่า KBANK จะประกาศกำไรไตรมาส 3/59 ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY และ 15% QoQ การเพิ่มที่สูงนี้หนุนโดยการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ต่ำและการเติบโตของสินเชื่ออย่างต่อเนื่องอย่างที่ได้กล่าวไว้ อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียจะลดลง 2% YoY และ 4% QoQ อยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่าอัตราค่าใช้จ่ายต่อรายได้ในไตรมาส 3/59 จะสูงถึง 45% เทียบกับตัวเลขในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ที่อยู่ที่ 39% ทั้งนี้เราคาดว่า KBANK จะประกาศการฟื้นตัวของกำไรที่ดียิ่งขึ้นในไตรมาส 4/59เป็นต้นไป จากการเติบโตของสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง กอปรกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวและการตั้งสำรองหนี้สูญฯที่ต่ำลง ดังนั้นเรายังคงคาดการณืแนวโน้มกำไรในปี 2559 ที่ 4.2 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6%) และ 4.97 หมื่นล้านบาท ในปี 2560 (เพิ่มขึ้น 18%)