วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนพ.เผย 9 เดือน ยอดใช้พลังงานเพิ่ม 1.1%

"สนพ." ประเมินราคาน้ำมันดิบดูไบปีนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 ดอลลาร์ เผย 9 เดือนแรกปีนี้คนไทยใช้พลังงานเพิ่มขึ้น 1.1%

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มทิศทางราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปีนี้น่าจะเฉลี่ยอยู่ในกรอบ 45-50 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยในช่วงปลายปีนี้คาดราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในระดับใกล้เคียงราคา 40 ดอลลาร์/บาร์เรล

นอกจากนี้ ยอมรับว่าการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาที่จะมีความชัดเจนช่วงต้นปี 2560 นั้น ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ย่อมมีผลด้านจิตวิทยาต่อภาวะตลาดเงินตลาดทุน และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์แน่นอน แต่หากสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางไม่สามารถตกลงเรื่องกำลังการผลิตน้ำมันร่วมกันได้ ตลาดน้ำมันจะเกิดภาวะตกใจ เพราะอาจไม่สามารถรองรับแนวคิดที่แข็งกร้าวของแต่ละประเทศได้ แต่สุดท้ายหวังว่าจะตกลงกันได้ด้วยดี

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกช่วงครึ่งแรกของปี 2559 เคลื่อนไหวในทิศทางขยับสูงขึ้น เนื่องจากปัญหาการเมืองของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ เช่น อิรัก เวเนซุเอลา และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตน้ำมันในไนจีเรีย รวมถึงการเกิดไฟป่าในแคนาดา ทำให้อุปทานน้ำมันบางส่วนขาดหายไปจากตลาด

โดยตั้งแต่เดือนก.ค.ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลงจากการคาดการณ์ว่ากลุ่มโอเปคจะเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบเพื่อแข่งขันการครองส่วนแบ่งตลาด และไนจีเรียสามารถกลับมาผลิตน้ำมันได้อีกครั้ง ซึ่งทำให้อุปทานน้ำมันเพิ่มขึ้น และเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างคงที่มาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับสถานการณ์พลังงานช่วง 9 แรกของปีนี้ คาดว่าภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นทุกประเภทเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 2,105 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศ โดยเป็นการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 4.8% อยู่ที่ 137 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเกือบทุกประเภทตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่แม้จะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีความต้องการใช้ในระดับสูง โดยเฉพาะภาคการขนส่ง ส่งผลให้การใช้น้ำมันเบนซินคาดเพิ่มขึ้น 12.1% และน้ำมันดีเซลคาดเพิ่มขึ้น 4.1%

ในส่วนของปริมาณการใช้ไฟฟ้าช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ คาดเพิ่มขึ้น 4.9% อยู่ที่ 137,424 ล้านหน่วย จากการใช้ที่เพิ่มขึ้นทุกประเภทตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ขยายตัวดีขึ้น ส่งผลให้การใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ยกเว้นการใช้เพื่อสูบน้ำภาคการเกษตรที่ลดลงจากภาวะภัยแล้งช่วงต้นปี และในฤดูฝนที่มีการใช้ไฟฟ้าสูบน้ำลดลง โดยค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) รอบปัจจุบันเดือนก.ย.-ธ.ค.2559 อยู่ที่ระดับ -33.29 สตางค์ต่อหน่วย คงที่เท่ากับช่วงก่อนหน้า เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ไฟฟ้า และรองรับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติที่อาจจะปรับตัวสูงขึ้นในต้นปีหน้า