วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังเพิ่มทุนเอสเอ็มอีแบงก์พันล้านหลังลดหนี้เสียเข้าเป้า

คลังอนุมัติเพิ่มทุนส่วนที่เหลืออีก 1 พันล้านให้เอสเอ็มอีแบงก์ หลังดำเนินงานได้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ทั้งลดหนี้เสีย ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้า

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้อนุมัติเงินเพิ่มทุนในส่วนที่เหลืออีก 1 พันล้านบาทให้กับธนาคารแล้วเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังธนาคารสามารถแก้ไขปัญหาและดำเนินงานได้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ

ส่งผลให้ฐานะการเงินของธนาคารมั่นคงขึ้น มีฐานะเงินกองทุน หรื BIS Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 14 % จากก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 13 % มีส่วนทุนเพิ่มของผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 7 พันล้านบาท สามารถรองรับการปล่อยสินเชื่อได้ 12 เท่า หรือปล่อยสินเชื่อได้อีกกว่า 1 แสนล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานล่าสุดในเดือน ส.ค.ปล่อยสินเชื่อได้ 2.19 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 1 หมื่นล้านบาท จึงมั่นใจว่าทั้งปีจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับการปรับลดหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล ล่าสุดปรับลดลงเหลือ 1.94 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 21.66% ภายในสิ้นปีนี้จะลดลงเหลือ 1.8 หมื่นล้านบาท

“ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมาย ขณะที่เอ็นพีแอลก็ปรับลดลง โดยเอ็นพีแอลของสินเชื่อปล่อยใหม่ในปี 2558-2559 ก็อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.5% จากสินเชื่อที่ปล่อยใหม่ในช่วง2ปีที่ผ่านมากว่า 5 หมื่นล้านบาท มั่นใจว่ากำไรในปีนี้จะทำได้ในระดับ 1.5 พันล้านบาท ดีกว่าปีก่อนที่มีกำไร 1.2 พันล้านบาท”

ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ธนาคารจะออกสินเชื่อใหม่สนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็น S- Curve ตามนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมจูงใจให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพื่อรองรับนโยบายอีเพย์เม้นท์ จะมีทังการช่วยเหลือด้านสินเชื่อ และการร่วมลงทุน ขณะนี้เริ่มเห็นชัดว่าผู้ประกอบการได้เริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองแล้วเป็นนิติบุคลแล้ว เห็นได้จากสถิติผู้มายื่นขอสินเชื่อกับธนาคารกว่า 80% เป็นนิติบุคคล

ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ธนาคารกลับไปมีปัญหาอีก ฝ่ายจัดการได้ปรับกระบวนการทำงานเพิ่มเติมอีก 5 ด้าน คือ 1. พัฒนาระบบการให้บริการ 2. พัฒนาบุคลากรให้เป็นนักพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 3.ด้านฐานะทางงการเงินที่มั่นคงยั่งยืน 4.ด้านพัฒนาผู้ประกอบการและส่งเสริมการตลาดเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี และ 5.ด้านธรรมาภิบาล