ความชัดเจนของกำไรโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม
ประเด็นการลงทุน
เราชื่อชม SPALI เนื่องจากความชัดเจนของกำไรปี 2560 มีสูงที่สุดในกลุ่มอสังหาฯเพื่อขายที่เราให้คำแนะนำ หนุนจากยอดขายรอรับรู้รายได้ที่สูงและมีคุณภาพดี โดยเรามั่นใจการประเมินกำไรหลักเติบโต 9% ในปี 2559 และ 15% ในปี 2560 กอปรกับโอกาสในการปรับกำไรเพิ่มขึ้นในอนาคนได้อีก โดยหุ้นยังซื้อขายที่มูลค่าถูก โดยซื้อขายที่ระดับ PER ปี 2559 ที่ 8.2x เท่า และ PER ปี 2560 ที่ 7.2x เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในปี 2549-2558 ทำให้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมาย สิ้นปี 2559 ที่ 28 บาทอ้างอิง PER ที่ 10x เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2558 ประมาณ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)
ความเสี่ยงต่อแผนธุรกิจสำหรับปี 2559 มีน้อยที่สุดในกลุ่ม
แม้เราได้เตือนนักลงทุนถึงแผนธุรกิจของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในปี 2559 มีน่าจะความเสี่ยง แต่ SPALI เป็นบริษัทที่เรามองว่ามีความเสี่ยงของแผนธุรกิจปี 2559 น้อยที่สุด โดยน่าจะเป็นบริษัทที่สามารถบรรลุเป้าหมายปี 2559 ได้เนื่องจากมีแผนธุรกิจจแบบอนุรักษ์นิยม และสามารถบรรลุผลงานในครึ่งปีแรกของปี 2559 ได้อย่างน่าประทับใจโดดเด่นกว่ากลุ่ม ทั้งนี้ SPALI ได้ตั้งเป้าหมายการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2559 แบบอนุรักษ์นิยมเพียง 5% เทียบกับกลุ่มที่ตั้งเป้าหมายการเปิดตัวโครงการไว้สูงถึง 13% ในขณะที่ยอดจองซื้อที่บริษัททำได้จริงในครึ่งแรกของปี 2559 คิดเป็น 41% ของเป้าหมายทั้งปีที่บริษัทตั้งไว้ ที่ 24.5 พันล้านบาท ขณะที่ค่าเฉลี่ยของกลุ่มอยู่ที่ 37% โดยยอดจองซื้อของโครงการแนวราบเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากที่ 44% YoY ในครึ่งแรกของปีื 2559 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไเพียง 6% ในปี 2559 อย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดจองซื้อโครงการแนวราบที่แข็งแกร่งดังกล่าวน่าจะสามารถช่วยลดทอนความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นจากยอดจองซื้อของคอนโดได้ โดยรายได้จากการขาย อสังหาฯ ในครึ่งแรกของปี 2559 คิดเป็น 56% ของเป้าหมายทั้งปี2559 ที่ 22 พันล้านบาท ซึ่งสูงกว่ากลุ่มที่อยู่ที่เพียง 48% เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ SPALI จะสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้จากการขายอสังหาฯ ในปี 2559 ที่ 22 พันล้านบาท ได้เนื่องจากมียอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นเดือน มิ.ย รองรับประมาณการรายได้อสังหาฯที่เราคาดการณ์ในปี 2559 แล้วถึง 90% ซึ่งสูงสุดในกลุ่ม
โอกาสในการปรับประมาณการเพิ่ม
เรามองข้ามผลประกอบการไตรมาส 3/59 ที่จะยังไม่น่าดึงดูด โดยคาดกำไรหลักจะลดลง YoY และ QoQ โดยเรามองไกลไปถึงโอกาสที่กำไรสุทธิปี 2559 มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นกว่าคาดซึ่งจะส่งผลต่อกำไรไตรมาส 4/59 ที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด QoQ โดยเราเห็นถึงโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการในอนาคตจากอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิของที่พักอาศัยในครึ่งแรกของปี 2559 สูงถึง 38.6% และ 22.9% ตามลำดับ ซึ่งมากกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ทั้งปี 2559 ที่ 38% และ 21.1% ตามลำดับ โดยหากอัตรากำไรสุทธิสูงกว่าที่เราคาด 1% เรามองว่ากำไรสุทธิปี 2559 มีโอกาสสูงมากกว่าที่เราประเมินไว้ในปัจจุบันอีก 5% นอกจากนีเรายังเห็นถึงศักยภาพที่รายได้จากการขายอสังหาฯ ในปี 2559 ที่อาจจะสูงกว่าที่คาดไว้เนื่องจากโครงการคอนโด Monte@Viang เชียงใหม่ สามารถเริ่มโอนใน ไตรมาส 4/59 ซึ่งเร็วกว่าแผนจากเดิมที่มีแผนจะโอนในไตรมาส 1/60 เนื่องจากการก่อสร้างเสร็จสิ้นเร็วกว่ากำหนก 5 เดือน
ความชัดเจนของกำไรปี 2560 สูงที่สุดในกลุ่ม
ปี 2560 จะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของ SPALI เนื่องจากมูลค่าคอนโดที่จะแล้วเสร็จและเริ่มโอนได้นั้นเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 73% YoY เป็น 16 พันล้านบาท (รวม 10 คอนโด) โดยมียอดจองซื้อแล้วสูงถึง 70% กอปรกับเป็นยอดจองซื้อที่มีคุณภาพจากการกำหนดนโยบายเงินดาวน์สูงที่ 20% ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในกลุ่ม โดยเรามองว่า SPALI มีแนวโน้มความชัดเจนของกำไรชัดเจนที่สุดในกลุ่มสำหรับปี 2560 เนื่องจากความชัดเจนของรายได้จากการขายอสังหาฯ สูงที่สุดในกลุ่มหนุนโดยยอดขายรอรับรู้รายได้รับประกันประมาณการรายได้จากการขายอสังหาฯ ของเราแล้วถึง 49% เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มอยู่ที่เพียง 19% เท่านั้น ด้วยปัจจัยดังกล่าวทำให้เราคาดการณ์กำไรหลักปี 2560 ของ SPALI ที่เติบโตดี 15%
คาดกำไรรายไตรมาสปี 2560 กระจายตัวดี
เราคาดกำไรหลักรายไตรมาสของปี 2559 จะกระจายตัวแบบสม่ำเสมอ เนื่องจากตารางคอนโดที่แล้วเสร็จพร้อมโอนนั้นกระจายตัวตลาดปีหน้า (40% เริ่มโอนในครึ่งแรกของปี 2560 และ 60% ในครึ่งปีหลัง) โดยมีคอนโด 4 โครงการที่จะเสร็จในไตรมาส 1/60 ซึ่งมีมูลค่ารวม 3.9 พันล้านบาท, 2 โครงการในไตรมาส 2/60 โดยมีมูลค่า 2.7 พันล้านบาท, 3 โครงการในไตรมาส 3/60 มูลค่า 6.2 พันล้านบาท และ 1 โครงการในไตรมาส 4/60 มูลค่า 3.6 พันล้านบาท






