วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พิชญ์' เทนเดอร์ 'เจทีเอส' ใกล้บุ๊ค

ราคาหุ้น' "จัสมินเทเลคอม" ขยับใกล้บุ๊คหลังตลาดหลักทรัพย์ปลด H ตอบรับ "พิชญ์ โพธารามิก" ประกาศเทนเดอร์

หลังจากที่ ‘พิชญ์ โพธารามิก’ ประกาศทำคำเสนอซื้อ (Tender Offer) หุ้นจัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ (JTS) ทั้งหมด ในราคาหุ้นละ 1.50 บาท โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ คาดจะยื่นคำเสนอซื้ออย่างเป็นทางการ 29 ก.ย. นี้ หรือภายในระยะเวลาที่ได้รับผ่อนผันจากสำนักงาน ก.ล.ต.

ส่วนสาเหตุที่ต้องทำเทนเดอร์หุ้นเจทีเอส เนื่องจากพิชญ์ได้เข้าซื้อหุ้นของ จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา ทำให้มีสัดส่วนถือครองรวมเกินกว่า 50% ถือว่าเป็นการได้มาซึ่งอำนาจควบคุมของบริษัทโดยทางอ้อม (Chain Principle) และมีผลทำให้พิชญ์ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของเจทีเอสด้วย อย่างไรก็ตามพิชญ์ยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะเพิกถอนหุ้นเจทีเอส ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ล่าสุด (26 ก.ย.) ตลาดหลักทรัพย์ได้ปลดเครื่องหมาย SP ในหุ้นเจทีเอส และหุ้นสามารถกลับมาซื้อขายได้ตามปกติ ปรากฎว่าราคาหุ้นยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในช่วงแรก โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1.77 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 1.62 บาท ลดลง 2.41% จากวันก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม การประกาศทำเทนเดอร์ในหุ้นเจทีเอส รวมไปถึงหุ้นจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ราคา 7.25 บาท ก่อนหน้านี้ มีความเป็นไปได้ว่า พิชญ์ อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้เงินทำเทนเดอร์ทั้ง 2 บริษัท ตามที่ประกาศออกมา เพราะจะเห็นว่าราคาหุ้นทั้ง 2 ตัว ยังสูงกว่าราคาเสนอซื้อ

โดยเฉพาะในรายของเจทีเอส ซึ่งราคาตลาดสูงกว่าราคาเสนอซื้อ ประมาณ 10% และราคาเสนอซื้อก็สูงกว่ามูลค่าทางบัญชีซึ่งอยู่ที่ 1.43 บาท เพียงเล็กน้อย

ฉะนั้น การประกาศทำเทนเดอร์ของพิชญ์ในครั้งนี้อาจเป็นเพียงการทำตามกติกาของ ก.ล.ต. เท่านั้น ซึ่งสุดท้ายอาจไม่มีผู้ถือหุ้นยอมขายออกมาเลย เพราะราคาที่ต่ำกว่ากระดาน

อย่างไรก็ตาม อนาคตของเจทีเอสหลังจากนี้ ยังคงต้องจับตากันต่อไป เพราะงานส่วนใหญ่ของบริษัทยังขึ้นอยู่กับหุ้นแม่อย่าง JAS เป็นหลัก ในขณะที่อนาคตของ JAS เองก็ยังคงคุมเครือ เพราะยังไม่มีใครรู้อย่างแน่ชัดว่าหลังจากที่การทำเทนเดอร์จบลง พิชญ์จะดำเนินการอย่างไรกับหุ้น JAS ต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีกระแสบางส่วนที่บอกว่า พิชญ์ อาจจะนำหุ้นไปขายต่อให้กับพันธมิตร ซึ่งก็คือหนึ่งใน 3 ค่ายมือถือของไทย ขณะที่นักวิเคราะห์บางแห่งก็เชื่อว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จัสมินจะขอเพิกถอนออกจากตลาดเช่นกัน

นอกจากนี้ การประกาศทำเทนเดอร์ของพิชญ์ตามราคาที่ประกาศออกมานี้ แม้จะต่ำกว่าราคาตลาด แต่หากพิจารณาจากราคาพื้นฐานของนักวิเคราะห์แล้ว ยังสูงกว่าค่อนข้างมาก โดยในส่วนของ JAS นั้น ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ 3 รายอยู่ที่เพียง 6.38 บาท

เมื่อเป็นเช่นนี้ หากพิจารณาตามพื้นฐานของนักวิเคราะห์แล้ว ผู้ถือหุ้นก็คงจะต้องขายออกไปตามราคาเสนอซื้อ แต่หากผลการทำเทนเดอร์ออกมาแล้ว ปรากฎว่าไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอขาย หรือเสนอขายออกมาน้อยมาก อาจสะท้อนให้เห็นว่าผู้ถือหุ้นเลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวพิชญ์มากกว่าพื้นฐานบริษัท เพราะการที่พิชญ์กล้าประกาศทำเทนเดอร์ที่ราคาสูงกว่าพื้นฐานพอสมควร ซึ่งมีโอกาสทำให้นักลงทุนเลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวพิชญ์มากกว่าพื้นฐานในปัจจุบัน และอาจจะพอคิดไปได้ว่า ‘จัสมิน’ คงจะมีสตอรี่อะไรซ่อนอยู่มากกว่านี้ ก็เป็นได้