"แบงก์ชาติ"จับตาผลกระทบปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ เสี่ยงนักท่องเที่ยวปีนี้หายแสนราย และปีหน้าสองแสนราย
นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงรายงานนโยบายการเงิน ฉบับเดือนก.ย.2559 ว่า ประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2559 มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่เคยประเมินไว้เล็กน้อย จากการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส 2 สูงว่าคาด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลของปัจจัยชั่วคราว ขณะที่การขยายตัว ของการส่งออกลดลงตามเศรษฐกิจคู่ค้า ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าคาด และภาคการท่องเที่ยวอาจได้รับ
ผลกระทบระยะสั้นจากปัจจัยในประเทศ ทั้งนี้พัฒนาการสำคัญที่ กนง. ได้นามาพิจารณาเพื่อประเมิน ภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า ได้แก่ 1.เศรษฐกิจประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่า ที่เคยประเมินไว้จากผลของการลงประชามติออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) ที่ทำให้เศรษฐกิจ ยุโรปชะลอตัว และส่งผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศในภูมิภาคเอเชีย 2.จำนวนนักท่องเที่ยวต่ำกว่า ที่เคยประเมินไว้ เนื่องจากได้รับผลกระทบระยะสั้นจากเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ในเดือนส.ค. และมาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ เล็งทบทวนตัวเลขนักท่องเที่ยวจากเดิมที่คาดว่าจะหายไป 1 แสนรายปีนี้ และ 2 แสนรายในปีหน้า
ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลก ปรับเพิ่มขึ้นช้ากว่าที่เคยประเมินไว้ และ การใช้จ่ายภาครัฐในระยะต่อไปมีมากกว่าที่เคยประเมินไว้ ทำให้โดยรวมเศรษฐกิจปี 2560 มีแนวโน้ม ขยายตัวใกล้เคียงเดิม สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานใกล้เคียงกับที่เคยประเมินไว้เช่นกัน ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปรับลดลงตลอดช่วงประมาณการตามแนวโน้มราคาน้ามันดิบ
กนง. ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการขยายตัว ของเศรษฐกิจในปี 2559 เล็กน้อยและคงประมาณการ ในปี 2560 พร้อมกับประเมินว่าความเสี่ยงด้านต่าต่อ ประมาณการเศรษฐกิจมีมากขึ้น โดยปัจจัยลบมาจาก 1.เบร็กซิท ที่อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นภาคเอกชน และ ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก 2.ความเสี่ยง ในภาคการเงินของจีน 3.ความสามารถของภาคเอกชน ในการรองรับปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจท่ีอาจเกิดขึ้น ในอนาคต และ 4. ผลกระทบของการจัดระเบียบผู้ประกอบการตลาดทัวร์จีนต่อภาคการท่องเท่ียว
อย่างไรก็ดี มีปัจจัยบวกที่อาจทาให้ประมาณการเศรษฐกิจขยายตัวสูงกว่ากรณีฐาน คือ การใช้จ่ายภาครัฐโดยเฉพาะ โครงการลงทุนที่อาจทาได้เร็วและมากกว่าคาด รวมถึงผลของมาตรการภาครัฐต่อเศรษฐกิจที่อาจสูงกว่าที่คาด
นอกจากนี้ กนง. คงประมาณการอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2559 และปี 2560 แต่ปรับลดประมาณการ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2559 และปี 2560 เป็นผลจากราคาน้ามันที่ต่ำกว่าคาดไว้เดิม โดยประเมินให้ ความเสี่ยงต่อประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั้งสองโน้มไปด้านต่ำมากขึ้น สอดคล้องกับความเสี่ยงต่อประมาณการเศรษฐกิจ
กนง. เห็นว่าการรักษาขีดความสามารถในการดาเนินนโยบาย (policy space) ยังมีความสาคัญ เพราะในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยอาจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ยังเปราะบาง และความไม่แน่นอนของทิศทางการดาเนินนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก ที่จะส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากขึ้น
นอกจากนี้ กนง. เห็นว่ายังต้องติดตาม ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน รวมทั้งพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า (search for yield) จาก การที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน









