วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับขึ้น

ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้  :  ปรับขึ้น

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะปรับขึ้นต่อตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ที่ล้วนปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังการประชุม FED วานนี้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิม ที่ 0.25-0.50% แต่ยังมีนโยบายที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐต่างๆได้แสดงถึงการจ้างงานอย่างเต็มที่ รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อเป็นไปตามเป้าหมายที่ 2% ทำให้ตลาดยังคงความเป็นไปได้ที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือน ธ.ค. 2559 ด้านค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่ออีกเล็กน้อยที่ 327 ล้านบาท

แนวรับ/แนวต้าน : 1475/1500 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ

หุ้นแนะนำ

CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ราคาอาหารสัตว์ที่คงที่

BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การถึงจุดคุ้มทุนของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น

TPCH (24.56) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ

EGCO (220) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยไตรมาส 3/59 คาดรายได้จะเป็นจุดสูงสุดของปีจากโรงไฟฟ้าขนอม (KN4) ที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส พร้อมทั้งคาดว่าจะ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ชัยภูมิกำลังการผลิต 90 MW ในช่วงไตรมาส 4/59 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกส่วนต่อขยายของโรงไฟฟ้าขนอม และยังเป็นหุ้น Defensive play ในช่วงตลาดขาลง



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ “สมคิด” ออกแน่มาตรการกระตุ้นไตรมาส 4 รับผลกระทบเศรษฐกิจโลก หลัง “สหรัฐ-ญี่ปุ่น-ยุโรป” ไม่ฟื้น มุ่งระดับฐานราก หวังกระตุ้นกำลังซื้อ ด้าน “อภิศักดิ์” ผวาสัญญาณชะลอตัว

+ กระทรวงท่องเที่ยว ผนึกเอกชน คลอดราคาแพ็คเกจทัวร์จีนขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อคนต่อวัน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวออกโรงหนุน หวังกู้รายได้คืนกลับเข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้าน “กอบกาญจน์” รับปากหาช่องทางการเงินสนับสนุนสภาพคล่องทัวร์จีน ขณะ “ซีเอ็นทีเอ” ลงนามเอ็มโอยู พัฒนาธุรกิจทัวร์คุณภาพ หวังรักษาผลประโยชน์นักท่องเที่ยว

+ กลุ่มเซ็นทรัล ตั้งรับการค้ายุคดิจิทัล สถานการณ์โลกผันผวน ระดมมืออาชีพเสริมทัพระลอกใหญ่ ตั้ง “ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” นั่งที่ปรึกษาอาวุโส ดึงมือการเงิน “ญนน์-ชนิตร” เสริมแกร่งธุรกิจหนุนแผนขยายตลาดต่างประเทศโตก้าวกระโดด พร้อมยกระดับสู่ “องค์กรระดับโลก

+ ทหารไทยออก “สินเชื่อ ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี 3 เท่า พร้อมเพิ่ม” หนุนเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเพิ่มอีกประมาณ 3,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2559 นี้ ด้านกสิกรไทยออกแพ็คเกจ “จิ๋วโตไว” หนุนธุรกิจไซส์เล็กเข้าถึงเงินทุน ตั้งเป้าสินเชื่อ 7,000 ล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นในวันพุธ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลงและส่งสัญญาณว่า อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ขณะที่ตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 163.74 จุดหรือ 0.90% สู่ 18,293.70, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 23.36 จุดหรือ 1.09% สู่ 2,163.12 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 53.83 จุดหรือ 1.03% สู่ 5,295.18

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดปรับตัวขึ้นในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปลี่ยนแปลงกรอบนโยบายการเงินได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มการเงินทั่วโลก ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 3.98 จุดหรือ 0.06% สู่ระดับ 6,834.77 และดัชนีปรับตัวขึ้นราว 10% แล้วในปีนี้

+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นเกือบ 2% ในวันพุธ หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติปฏิรูปนโยบายการเงินใหม่ซึ่งอาจจะลดแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มประกัน ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดพุ่งขึ้น 315.47 จุด หรือ 1.91% ที่ 16,807.62 ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดในวันเดียวเมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์นับตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ในวันพุธ หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ลดลงเกินคาดเป็นสัปดาห์ที่ 3 ได้บ่งชี้ถึงแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันในสหรัฐซึ่งเป็นประเทศที่ใช้น้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก นอกจากนี้ ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยนั้น ช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบสกุลดอลลาร์ด้วย ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน พ.ย.ปิดพุ่งขึ้น 1.29 ดอลลาร์หรือ 2.9% สู่ระดับ 45.34 ดอลลาร์/บาร์เรล