"กลุ่มเซ็นทรัล"ตั้งรับการค้ายุคดิจิทัลระดมมืออาชีพเสริมทัพ ตั้ง"ประสาร ไตรรัตน์วรกุล"นั่งที่ปรึกษาอาวุโส ดึงมือการเงิน"ญนน์-ชนิตร"เสริมแกร่ง
การขยายเครือข่ายธุรกิจในอัตราเร่งของกลุ่มทุนไทยยักษ์ใหญ่ “เซ็นทรัล” ครอบคลุมกิจการค้าปลีก โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ เทรดดิ้ง ฯลฯ ท่ามกลางสถานการณ์ทั่วโลกมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจและการเงิน ที่มี “ความเสี่ยง” มากพอกับ “โอกาส” การขับเคลื่อนธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรอบด้าน ล่าสุดกลุ่มเซ็นทรัลระดมผู้บริหารระดับสูงเข้ามาเสริมทัพ ส่วนใหญ่เป็น “นักการเงิน” ที่จะมาเพิ่มความแข็งแกร่งของสถานะการเงินให้กับเซ็นทรัลจากความเชี่ยวชาญด้านการตลาดที่แข็งแรงอยู่แล้ว
นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า เพื่อรองรับกลยุทธ์การขยายงานอย่างก้าวกระโดด กลุ่มเซ็นทรัลได้เสริมทัพผู้บริหารระดับสูงขององค์กรด้วยบุคลากรที่มากด้วยความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์จากหลากหลายแขนง
ทั้งนี้ได้แต่งตั้ง นายญนน์ โภคทรัพย์ ดำรงตำแหน่ง President of Central Group ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. โดยก่อนมาร่วมงานกับกลุ่มเซ็นทรัล นายญนน์ ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารไทยพาณิชย์
“เป็นผู้ที่ได้รับยกย่องอย่างมากในเรื่องของการนำความเชี่ยวชาญในด้านสินค้าอุปโภคบริโภคจากประสบการณ์บริหารงานใน บริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย มาช่วยส่งเสริมให้ธนาคารเป็นผู้นำในการบริการทางการเงินกับลูกค้าบุคคล”
สำหรับตำแหน่ง President of Central Group หรือ ผู้จัดการใหญ่ เป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นใหม่ มีบทบาทเป็นหัวหน้าทีมดูแล 9 กลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัล ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า, กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค, กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า, กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือ และ ออนไลน์, กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์, กลุ่มธุรกิจบริหารและจัดการสินค้านำเข้า, กลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา, กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร และ กลุ่มธุรกิจในประเทศเวียดนาม
เดิมซีอีโอทั้ง 9 กลุ่มธุรกิจขึ้นตรง นายทศ จิราธิวัฒน์ ในโครงสร้างใหม่ ซีอีโอ 9 กลุ่มธุรกิจจะขึ้นตรง นายญนน์ โภคทรัพย์ ซึ่งจะทำหน้าที่รายงานตรง นายทศ ตามลำดับ
ระดมมืออาชีพเสริมทัพ
พร้อมกันนี้ยังได้เสริมทัพผู้บริหารระดับสูงอีกหลายตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ นายนิโคโล กาลันเต้ อดีต Managing Partner บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ McKinsey & Company ดำรงตำแหน่ง Chief Operating Officer
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ อดีตรองผู้จัดการการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ อดีตผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ นายสจ๊วต สเต็มเพิล และ นางวิมลมาศ เกื้อโกมลเดช ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม ฝ่ายทรัพยากรบุคคล นอกจากนี้ ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นที่ปรึกษาอาวุโส ตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
การเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 7 ทศวรรษ ของกลุ่มเซ็นทรัล ให้ความสำคัญกับการสร้างทีมและการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถโตไปพร้อมองค์กรถือเป็นพันธกิจTop Priority ของกลุ่ม
“ทีมที่แข็งแกร่งเป็นรากฐานของความสำเร็จ การเสริมทัพองค์กรครั้งนี้ด้วยทีมผู้บริหารระดับสูงที่มากด้วยประสบการณ์ พรั่งพร้อมด้วยความเชี่ยวชาญรองรับการขยายงานในอนาคตทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะโลกดิจิทัล นำพากลุ่มเซ็นทรัลให้เป็น truly world-class organization ในเวทีการค้าระดับโลก”
รับแผนลงทุนออนไลน์-ออฟไลน์
นายทศ กล่าวอีกว่า กลุ่มเซ็นทรัลเล็งเห็นโอกาสการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ขณะเดียวกันเวทีการค้าที่เปิดกว้างด้วยเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต และ ออนไลน์ เป็นโอกาสที่กลุ่มเซ็นทรัลจะก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องภายใต้การขยายเครือข่ายธุรกิจหลากหลายรูปแบบทั้งออนไลน์และออฟไลน์
ในปี 2559 กลุ่มเซ็นทรัลจัดสรรงบลงทุนรวมกว่า 3.9 หมื่นล้านบาท ถือว่าอยู่ในอัตราสูง เช่นเดียวกับ 2-3 ปีก่อนหน้านี้ กลุ่มเซ็นทรัลลงทุนเฉลี่ย 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี สวนกระแสเศรษฐกิจประเทศไทยและทั่วโลกที่มีความผันผวน
โดยตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโตมากกว่า 20% สูงขึ้นจากเดิมช่วงต้นปีกลุ่มเซ็นทรัลตั้งเป้าหมายยอดขาย 3.37 แสนล้านบาท เติบโต 18.9% จากปี 2558 เป็นผลจากการเข้าซื้อกิจการ บิ๊กซี ในเวียดนาม รวมทั้งการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ตลาดในประเทศได้เปิดบริการ เซ็นทรัล พลาซ่า นครศรีธรรมราช โรบินสัน ลพบุรี นอกจากนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างเซ็นทรัล พลาซ่า โคราช ส่วนต่อขยายโครงการ เซ็นทรัล ภูเก็ต (ในเมือง) และห้างสรรพสินค้าเซน ป่าตอง ขณะเดียวกันจะมีการปรับปรุงใหญ่ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล พลาซ่า พระราม 3 มีการปรับปรุงห้างสรรพสินค้ารวม 12 แห่ง เป็น เซ็นทรัล 5 แห่ง โรบินสัน 7 แห่ง
สำหรับธุรกิจโรงแรม เปิด 5 แห่ง และ 1 คอนเวนชั่นฮอลล์ ขณะที่เครือข่ายธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัล ประกอบด้วย กลุ่มเซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป กลุ่มเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, ท็อปส์ เดลี่, แฟมิลี่มาร์ท, โคโมโนยะ, มัทสึโมโตะ คิโยชิ, ซูเปอร์สปอร์ต, ออฟฟิศเมท, บีทูเอส, เพาเวอร์บาย, ไทวัสดุ ขยายสาขารวม 420 สาขา
สยายปีกต่างประเทศเต็มสูบ
ขณะที่ ธุรกิจในต่างประเทศของกลุ่มเซ็นทรัล จากเปิดตลาดเชิงรุกตั้งแต่ปี 2554 ปัจจุบันครอบคลุม 8 ประเทศ ฝั่งตะวันตก ประกอบด้วย อิตาลี เยอรมัน เดนมาร์ก ตุรกี การ์ต้า โอมาน เอธิโอเปีย คิวบา และ 9 ประเทศ ฝั่งตะวันออก ประกอบด้วย ไทย เวียดนาม ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย จีน ศรีลังกา มัลดีฟส์
รายได้ของธุรกิจนอกประเทศกลุ่มเซ็นทรัลขยายตัวสูงต่อเนื่อง นับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการห้างสรรพสินค้า ลา รีนาเชนเต ในปี 2554 มีสัดส่วนยอดขาย 5% ของยอดขายรวมกลุ่มเซ็นทรัล จากนั้นเพิ่มเป็น 9%, 11%, 12%, 18% โดยตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้ 24% ของยอดขายรวมกลุ่มเซ็นทรัล
หากแยกเฉพาะยอดขายรวมของกลุ่มห้างสรรพสินค้าในยุโรป ปี 2557 มียอดขาย 2.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 24% ของกลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า (ไทยและต่างประเทศ) ปี 2558 มียอดขาย 3 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 30% ปีนี้คาดมียอดขาย 5.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 40% พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโต 20% ต่อเนื่องทุกปี มียอดขายรวมไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทในปี 2563
ทางด้านธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทรัลทั้งที่เป็นทั้งเจ้าของเองและบริหารรวม 70 แห่ง ใน 11 ประเทศ มีห้องพักรวม 14,583 ห้อง
เพิ่มแกร่งสถานะการเงิน
ก่อนหน้านี้ นายทศ ระบุด้วยว่า เศรษฐกิจโลกขณะนี้แปรปรวนมากขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนรุนแรง ทำให้คาดเดาได้ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นปัจจัยเสี่ยงและเป็นตัวแปรส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไม่น้อย แต่อีกมุมหนึ่งในวิกฤติเป็นโอกาส “เวลานี้ของแพง รออีก 3-5 ปีอาจได้ช้อปของถูก”
ทางด้านนักวิเคราะห์ในวงการค้าปลีก กล่าวด้วยว่า การเสริมทัพผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มเซ็นทรัลครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็น “นักการเงิน” ซึ่งถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งทางด้านสถานะการเงินของกลุ่มเซ็นทรัลที่มีแผนใช้เม็ดเงินจำนวนมากในการขยายเครือข่าย โดยเฉพาะการเข้าซื้อกิจการที่เป็นเครื่องมือหลักและใช้เม็ดเงินแต่ละครั้งจำนวนสูง
ขณะที่ตลาดต่างประเทศที่ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละประเทศซึ่งเซ็นทรัลมีฐานการลงทุนทั่วโลก ภายใต้เครื่องมือหลัก คือ การเข้าซื้อกิจการ ฉะนั้นความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการเงินการคลังเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์ของเงินอย่างมีศักยภาพสูงสุด
“ยิ่งเวลานี้ภาวการณ์การเงินทั่วโลกมีความผันผวน ผู้บริหารต้องคิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว องค์กรธุรกิจไทยที่ผ่านมามีจุดอ่อนทางด้านการเงินที่ทำให้ธุรกิจอาจต้องสะดุดหรือล้มเหลวได้เพียงชั่วข้ามคืน”
ทั้งนี้ หลักการเงินบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพยังถือเป็นความได้เปรียบสูงสุดทางธุรกิจ เพราะแม้จะมียอดขายสูงแต่ผลกำไรต่ำ หรือไม่สามารถทำกำไรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ถือว่าเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเช่นกัน

