วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ทีเอชเอ”หนุนปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ-ล้างบางโรงแรมเถื่อน

การปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญตลาดจีนที่กำลังเข้มข้น เริ่มส่งผลกระทบต่อโรงแรมที่รับกลุ่มทัวร์จีนกลุ่มดังกล่าวเป็นหลัก

แต่ท่ามกลางเปลี่ยนแปลง ผู้ประกอบการกลุ่มโรงแรมยัง “เชื่อมั่น” ว่าจะทำให้เกิดการปรับตัว ส่งผลดีในระยะยาว และยังช่วยแก้ปัญหา “โรงแรมเถื่อน” ทียืดเยื้อมานาน

สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) และกรรมการผู้จัดการกลุ่มโรงแรมเอเชีย กล่าวว่า การปราบปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ ย่อมทำให้เกิดผลกระทบกับจำนวนลูกค้าทัวร์จีนที่ลดลง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ปกติทำตลาดดังกล่าวเป็นหลัก ไม่ได้กระจายความเสี่ยงกลุ่มลูกค้าให้หลากหลาย 

แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ ที่ผ่านมาทัวร์ศูนย์เหรียญที่มุ่งใช้โรงแรม “ราคาถูก” ส่งผลให้ “ที่พักนอกกฎหมาย” ประเภทคอนโดหรืออพาร์ทเมนต์ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่มีต้นทุนด้านการบริหารจัดการเพื่อให้เข้ากับมาตรฐานของโรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ธุรกิจที่พักไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน และเริ่มลุกลามไปสู่การเช่าเหมาบ้านพักในหมู่บ้านจัดสรร ก่อให้เกิดปัญหาการร้องเรียนจากผู้อยู่อาศัยร่วมหมู่บ้าน จากทั้งปัญหาเสียงดัง และความรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยเนื่องจากมีเพื่อนบ้านชาวต่างชาติที่หมุนเวียนตลอดเวลา

“ในบางกรณีหากนิติบุคคลหรือลูกบ้านประจำคอนโดหรือหมู่บ้านมีความเข้มแข็งในการรักษาสิทธิ ออกมาร้องเรียนด้านความปลอดภัย ก็จะปรากฏเป็นข่าวให้หน่วยงานต่างๆ ได้แก้ไข แต่ก็ยังมีเกิดขึ้นในที่พักแห่งอื่นๆ เพราะเจ้าของที่พักอาศัยทั่วไปยังไม่รับรู้ถึงกฎหมายว่า เป็นการละเมิด และผิดกฎหมาย”

ดังนั้นหากทัวร์ศูนย์เหรียญถูกตัดออกจากระบบ ที่พักซึ่งไม่ถูกต้องก็มีโอกาสจะล้มหายตายจาก ถือเป็นวิธีทางอ้อมที่ช่วยแก้ปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงมหาดไทย กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะเปิดช่องให้ที่พักประเภทอื่นๆ ที่รูปแบบอาคารไม่เอื้อให้จดทะเบียนเป็นธุรกิจโรงแรม สามารถเข้ามาจดทะเบียนในระบบอย่างถูกต้องภายในระยะ 5 ปี 

ดังนั้น เท่ากับว่าโรงแรมต่างๆ ที่ยังอยู่นอกระบบ แต่มีเจตนาในการทำธุรกิจที่ถูกต้อง จะเข้ามาอยู่ภายใต้กฎหมาย และสามารถรับทัวร์อย่างมีคุณภาพได้ต่อไป

“การปราบปรามย่อมส่งผลกระทบบ้างในระยะสั้นบ้างในบางพื้นที่ เช่น พัทยา ซึ่งเป็นจุดหมายหลัก แต่ระยะปานกลางถึงยาว หากนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มมีคุณภาพมากขึ้น เช่นเดียวกับธุรกิจโรงแรมที่มีกฎหมายเอื้อให้เข้าสู่ระบบ ทำให้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวของกลุ่มโรงแรมดีขึ้น ช่วยยกระดับรายได้ท่องเที่ยวของประเทศ เพราะต่อไปจะสามารถรวบรวมอุปทานในตลาดให้เห็นตัวเลขที่ชัดเจนมากขึ้น”

นอกจากนั้น ประเด็นสำคัญต่อเนื่องที่ชัดเจนคือ การดึงดูด “เม็ดเงินลงทุน” จะเพิ่มขึ้น เพราะห้องพักนอกกฎหมายที่เข้ามาแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่งในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวหลักต่างๆ ในอดีตจะลดลง 

“ยอดเข้าพักช่วงนี้ลดลงไปบ้าง เช่น โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ ซึ่งอัตราเข้าพักเฉลี่ย 63% น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 70% ลดลงราว 10% แต่การปรับตัวครั้งนี้จะทำให้รายได้ท่องเที่ยวในอนาคตเข้าประเทศอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และเห็นด้วยกับการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การเสียภาษีของธุรกิจท่องเที่ยวว่าเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ เหมือนกับการได้กำจัดมะเร็งที่ลุกลามอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมานาน” สุรพงษ์ กล่าว