เมืองไทยประกาศยุทธศาสตร์ MTL Digital Way ดันธุรกิจประกันแข็งแกร่งระยะยาว และเป็นอีกช่องทางขับเคลื่อนดิจิทัลอีโคโนมี
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตทั้งระบบในครึ่งแรกปีนี้ ยังมีเบี้ยรับรวมเติบโต 6% และยังเห็นแนวโน้มการเติบโตดีในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงปลายปีที่ธุรกิจประกันชีวิตเติบโตดีต่อเนื่อง ส่วนช่วง 8 เดือนที่ผ่านมานี้ ยังมีเบี้ยรับรวมโต 10% ภายใต้ภาวะสังคมสูงอายุ และคนไทยดูแลสุขภาพมากขึ้น
ขณะเดียวกันความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภค
ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น Gen Y สัดส่วน 27.4% และ Gen X สัดส่วน 24.7% Baby Booom 23% โดยดิจิทัลจะเข้ามาช่วยตอบสนองทุกความต้องการให้ชัดเจนและรวดเร็วขึ้นในทุกไลฟ์สไตล์ เช่นเดียวกับธุรกิจการเงิน เกิดเทคโนโลยีการเงินใหม่ มีฟินเทคและเทคสตาร์ทอัพ เป็นตัวผลักดันให้ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวด้วย
ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายเป็น ดิจิทัลอินชัวรันส์ โดยนำระบบดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนการทำงานทุกขั้นตอน เพื่อสอดรับกับนโยบาย customer centric ล่าสุดกำหนดยุทธศาสตร์ MTL Digital Way เริ่มตั้งแต่ก่อนขาย ระหว่างการขายและดูแลหลังการขาย
สำหรับก่อนการขาย สามารถใช้ดิจิทัลมาช่วยในการค้นหา กระตุ้นความต้องการ เลือกซื้อแบบประกัน ส่วนระหว่างการขาย บริษัทได้พัฒนา Platform BIZBOX และ K-Smart Proposal เป็นเครื่องมือขายผ่านตัวแทนและธนาคาร อีกทั้งยังมีช่องทางการขายผ่านระบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท รวมถึงดูแลหลังการขาย เช่น การใช้บริการของลูกค้าเกี่ยวกับกรมธรรม์ของตนเองผ่าน Application
“มองว่าประกันชีวิตยุคนี้เป็นยุคที่ตื่นเต้น ทั้งผู้บริโภคเข้าใจประกันและบริษัทเข้าไปตอบโจทย์สนองผู้เอาประกันจนถึงระดับ One to One เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ของคนไทย แน่นอนว่า วันนี้จะเห็นภาพการขายประกันเป็น Need Base Selling มาก และ MTL Digital Way จะเข้ามาช่วยผลักดันธุรกิจประกันแข็งแกร่งในระยะยาวและเป็นอีกช่องทางขับเคลื่อนดิจิทัลอีโคโนมี”
ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าทั้งสิ้น 2 ล้านราย ส่วนใหญ่ยังต้องการบริการแบบ Face to Face แต่หลังจากเริ่มผลักดันดิจิทัลอินชัวรันส์ ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนแฟนเพจอันดันหนึ่งในธุรกิจประกันชีวิต มีจำนวนแฟนเพจผ่านไลน์ทั้งสิ้น 37 ล้านราย และเฟชบุ๊กทั้งสิ้น 400,000 ราย





