วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 21 กันยายน 2559

ราคาน้ำมันดิบ WTI ขึ้น จากอุปสงค์ที่ฟื้นตัว หลังท่อส่งน้ำมันเบนซินจะกลับมาดำเนินการในวันนี้

+/- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังอุปสงค์น้ำมันดิบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากท่อขนส่งน้ำมันเบนซิน Colonial Pipeline ที่เกิดการรั่ว จะเริ่มกลับมาดำเนินการในวันนี้ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดยังคงกังวลเรื่องภาวะอุปทานล้นตลาด โดยมองว่าผลการประชุมเพื่อคงกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปค และนอกกลุ่มโอเปคในวันที่ 26-28 ก.ย นี้ ยังมีความไม่แน่นอน

+ ท่อขนส่งน้ำมันเบนซิน Colonial Pipeline ได้รับการอนุมัติจากภาครัฐ ให้กลับมาดำเนินการในวันนี้ หลังเกิดการรั่ว เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 59 ทำให้อุปทานน้ำมันเบนซินในฝั่ง East Coast ของสหรัฐ อยู่ในสภาวะภาวะขาดตลาด เนื่องจากอุปทานลดลงถึง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน และยังส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

+ สถาบันปิโตรเลียมสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ รายสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 16 ก.ย. 59 ปรับลดลง 7.4 ล้านบาร์เรล สวนทางกับผลสำรวจของ Reuters ที่คาดว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังจะปรับเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรล

+/- อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาการรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ที่จะประกาศในคืนนี้ ซึ่งหากตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังปรับขึ้นน้อยกว่าผลสำรวจของ Reuters หรือปรับลดลงในทิศทางเดียวกับ API จะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในวันพรุ่งนี้มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้ว่าตลาดน้ำมันดิบยังมีอุปทานส่วนเกินอยู่

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคที่มีแนวโน้มสูงขึ้น หลังโรงกลั่นของไต้หวันจะกลับมาดำเนินการผลิตในเดือนนี้ ประกอบกับได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันเบนซินในตลาดสหรัฐ ที่ปรับลดลง หลังท่อขนส่งน้ำมันเบนซิน Colonial Pipeline จะกลับมาดำเนินการ ซึ่งจะส่งผลให้สหรัฐ สามารถสต็อกน้ำมันเบนซินทางฝั่ง East Coast ได้เพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากคาดว่าอุปสงค์จะเพิ่มขึ้นช้ากว่าการเพิ่มขึ้นของอุปทาน โดยโรงกลั่นในภูมิภาคยังคงผลิตน้ำมันดีเซลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากจีน อย่างไรก็ดี อุปสงค์น้ำมันดีเซลยังไม่แข็งแกร่ง หลังการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชีย และตะวันออกกลางมีแนวโน้มชะลอตัวลง

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

          ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 41-46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

          ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ค่าเงินดอลลาร์ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง หลังในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันที่ 20 – 21 ก.ย. ตลาดคาดว่ามีโอกาสเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐ ยังคงเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดว่ามีโอกาสกว่าร้อยละ 40 ที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.

- ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากกลุ่มลิเบียและไนจีเรียมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มมากขึ้น หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศเริ่มคลี่คลายลง โดยไนจีเรีย เตรียมที่จะมีการเสนอขาย Que Iboe ในสิ้นเดือนนี้แล้ว

- ภาวะอุปทานน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปล้นตลาดมีแนวโน้มส่งผลกดดันราคาต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการขนส่งน้ำมันดิบที่กลับมาเป็นปกติ และปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสหรัฐ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังอุปสงค์เริ่มปรับตัวลดลง

                                                         -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999