คิดน้อย แต่วางแผนเยอะ และไม่กลัวความล้มเหลว
การแจ้งเกิดธุรกิจสตาร์ทอัพได้นั้นนอกจาก “ความชอบ” และทุ่มสุดตัวให้กับงานที่ปลุกปั้นแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นคุณสมบัติเด่นของคนทำสตาร์ทอัพนั่นคือ Passion บวกกับ ลูกบ้า ที่ต้องมาเต็ม
ธีระชาติ ก่อตระกูล ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท สยามสแควร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนา StockRadars แอพพลิเคชั่นสำหรับวิเคราะห์และติดตามราคาหุ้น เป็นอีกหนึ่งสตาร์ทอัพไทยที่มาครบทั้ง Passion และลูกบ้า
จากที่เรียนมาทางด้านเคมี ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ ปริญญาโท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการจัดการเทคโนโลยี (Technology Management) จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แต่สิ่งที่ ธีระชาติ สนใจเป็นพิเศษกลับเป็นเรื่องของการทำแอพพลิเคชั่น
อาจเป็นเพราะในช่วงเวลานั้นไอโฟนเปิดตัวและมีแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เข้ามาทำให้ตลาดในไทยคึกคักเป็นอย่างมาก ปลุกความสนใจให้ ธีระชาติ เริ่มคิดที่จะสร้างแอพพลิเคชั่นของตัวเองขึ้นมา
เริ่มต้นจากหาทีม ค้นคว้าหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต ที่สุดก็เป็นรูปร่างแล้วก็ทำงานเป็นมือปืนรับจ้างเขียนแอพพลิเคชั่นตั้งแต่วันนั้น
“ผมดื้อ และลูกบ้าเยอะ” ธีระชาติ กล่าวพร้อมกับหัวเราะในสิ่งที่ตัวเองเป็นแต่นั่นก็มีส่วนผลักดันให้ “กล้า” ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่อยากทำ ทั้งๆ ที่วันนั้นแม้จะเรียนทางสายเทคโนโลยีแต่ก็เขียนแอพพลิเคชั่นไม่เป็นด้วยซ้ำ
วันหนึ่งที่ส่ง “ลูกบ้า” เชิงสร้างสรรค์ออกมาในชื่อแอพพลิชั่น Taxi Reporter เพื่อให้เป็นทางออกสำหรับปัญหาที่คนไทยทุกคนปวดหัวทุกครั้งที่แท็กซี่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร
“เสียงบ่นกันเยอะเรื่องรถแท็กซี่ ผมเองก็เคยเรียกรถแท็กซี่แล้วถูกปฏิเสธ ผมก็เลยทำแอพนี้ขึ้นมาซะเลย ให้คนที่เจอกับปัญหาได้เข้ามาแจ้งและร้องเรียน”
เป็นมือปืนรับจ้างอยู่ระยะหนึ่งก็ต้องเจอกับเรื่องชวนปวดหัว ทั้งคนในทีมโขมยโปรดักท์ออกไปขาย เริ่มมีการดีเลย์การชำระเงิน ช่วงปีที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ก็ยิ่งลำบาก ทำให้ ธีระชาติ เริ่มกลับมา “คิดใหม่” ถึงการยืนด้วยขาตัวเอง
“เราไม่ต้องการทำงานเป็น Project base แต่ต้องการทำ Product base มากขึ้น จากนั้นก็เริ่มปรับกลยุทธ์ เลิกรับงานนอกแล้วหันมาสร้างโปรดักท์ของตัวเอง
ผมเองก็เล่นหุ้นอยู่แล้วเลยรู้สึกว่าควรจะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มที่คิดจะทำ StockRadars”
ตอนนั้นเดินไปไหนจะมีแต่คนถามเล่นหุ้นตัวไหนดี ถามกันอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มองว่านี่แหละคือปัญหา
แล้วโซลูชั่นอะไรที่ช่วยให้คนเล่นหุ่นได้นำไปใช้จริง
“ก่อนลงมือทำแอพพลิเคชั่น เราต้องมานั่งเรียนกับ Stock2morrow เพื่อให้รู้ว่าเราควรทำในเรื่องใดบ้าง”
ในที่สุดก็ได้มาเป็น StockRadars ซึ่งถือ Fintech Startup ที่มุ่งแก้ปัญหาความซับซ้อนในตลาดหุ้น และทำเรื่องหุ้นให้เป็นเรื่องง่าย
โดยทำให้คนเล่นหุ้นรายย่อยมีเครื่องมือที่ดี
StockRadars เปิดใช้งานมา 3 ปี วันนี้มีกว่า 4 แสนดาวน์โหลด ในจำนวนนี้เรามียูสเซอร์ที่ใช้งานแอคทีฟมากกว่า 50,000 คนแล้ว
“อยากจะเห็นคนไทยก้าวมาในตลาดทุนให้มากกว่านี้ โดยมีเราเป็นสะพานเชื่อม สิ่งที่ทำเราคือ ทำบันไดให้เตี้ยลง แอพพลิเคชั่นใช้งานง่าย มีการปรับอยู่เรื่อยๆ ให้ตรงกับความต้องการของยูสเซอร์ พร้อมกับเปิดสอนให้ใช้แอพพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่อง คู่ไปกับการทำ Offline Community”
ธีระชาติ บอก วันนี้พา StorkRadars มาไกลเกินกว่าจะคาดหวัง แต่ก็ยังมีฝันที่ต้องทำให้สำเร็จ
สำหรับตลาดในประเทศไทยปี 2016-2020 ขอโตให้ได้ 3-5% ของประชากร จากปัจจุบันพบประชากรไทยเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ลงทุนในตลาดหุ้น จากข้อมูลดังกล่าวทำให้ยังเห็นโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมากในอนาคต
นั่นเพราะที่ผ่านมาคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่าการลงทุนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และมองว่าเป็นการพนัน ทั้งที่ความจริงแล้ว เสน่ห์ของตลาดหุ้นคือการลงทุนที่สามารถทำให้ทุกคนเกษียณได้เร็วขึ้น
อีกฝันที่จะต้องทำต่อ คือการพาส่งออกเทคโนโลยีไปให้ประเทศอื่นได้ใช้บ้าง โดยเราเป็น All in one Platform ทางด้านการลงทุน
งานนี้ต้องงัดเอาจุดเด่นตรงที่ StockRadars เคยชนะซอฟต์แวร์ FinTech ในเอเชียมาแล้ว ถือว่ามีใบผ่านทางชั้นดี
กับอีกแรงหนุนจาก Venture Capital ที่พร้อมด้วย “ทุน” และ “คอนเน็คชั่น” ระดับโลกมาช่วยต่อจิ๊กซอว์ภาพให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
“Passion เรามี แต่การเข้าสู่โลก(ธุรกิจ)จริงก็ต้องเจออะไรที่หนักๆ แต่ก็สร้างวิธีลัดจากการได้เงินระดมทุนจาก Venture Capital + Angel Investor ก็คือได้เงิน บวกกับ Strategic Partner ได้ทำงานกับมืออาชีพ ช่วยให้เห็นภาพใหญ่ และนำเราไปในทิศทางที่ดีกว่าเดิม”
โดยเริ่มขยายตลาดไปอินโดนีเซีย และอีกประมาณ 10 ประเทศ ในแนวทางการหา Local Partner ในแต่ละประเทศมาเสริมทัพ
ในปีนี้ เริ่มออกต่างประเทศ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ รวมถึงประเทศจีน เป็นอีกประเทศที่ฝันจะเข้าไปให้ได้
“คนชอบบอกว่าเราทำสำเร็จแล้ว แต่ขอยืนยันว่าเรายังไม่ประสบความสำเร็จเลย ในวันนี้เรากำลังเข้าสู่ Serie A และเพิ่งจะเดินก้าวแรกเท่านั้น จากเป้าหมาย 100 ก้าวที่วางไว้ ยังเหลือเส้นทางยังอีกไกล”
เราเป็นบริษัทเล็ก แต่ฝันใหญ่ และหนึ่งที่อยากจะทำให้ได้คือการสร้างธุรกิจนี้ให้เป็นกรณีศึกษาของประเทศเราให้ได้"
ธีระชาติ บอก การเป็นบริษัทที่มีขนาดเล็ก แต่ทัศนคติต้องไม่เล็กตาม ต้องมีการทำงานแบบมืออาชีพเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน
นอกจากนี้ การอยู่ในโลกของสตาร์ทอัพยังเป็นการเปิดโอกาสให้เราสามารถสร้างนามสกุลของตัวเอง ที่ทุกวันนี้หลายๆ คนเรียกผมว่า Max StockRadars ก็สะท้อนให้เห็นว่า เรามีตัวตน และทำอะไรมาบ้าง
"จากนี้ก็ยังต้องลุยต่อพร้อมกับทีมงานอีก 22 คน เรียกว่า สองมือ บวกกับ แรงกาย แล้วลุยไป ในหัวคิดแค่คำว่า GROWTH ส่วนตัวเชื่อว่า ถ้าฝันเราใหญ่พอก็จะทำให้เดินต่อไปได้
โดยโฟกัส และ ทำในสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้
ผมคิดน้อย แต่วางแผนเยอะ และไม่กลัวความล้มเหลว ที่สำคัญต้อง มี passion มากๆ กับสิ่งที่ทำ บวกกับ ลูกบ้าที่มี คิดว่าผมมีตรงนี้ จากที่เคยเป็นหนี้หลายล้าน ต้องหาเงินเลี้ยงลูกน้อง
ทำให้ผมที่เคยล้ม ถ้าอยากทำจะลุกขึ้นมาทำเลย ที่สำคัญอย่ามองความสำเร็จอยู่ที่การได้เงินทุน ซึ่งถือเป็นแค่จุดเดียวเท่านั้น สุดท้ายแล้วสตาร์ทอัพต้องได้เงินจากลูกค้า จึงจะยั่งยืน"





