วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ซีเอ็นทีเอ'ขึ้นบัญชีดำทัวร์จีน 3,500 ราย

"กอบกาญจน์" เผย กระทรวงท่องเที่ยว เตรียมชงร่างความเข้าใจร่วม "ซีเอ็นทีเอ" เข้าครม.วันนี้ เผยขึ้นบัญชีดำทัวร์จีนแล้ว 3,500 ราย

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (20 ก.ย.) เตรียมนำร่างบันทึกลงนามความเข้าใจร่วม (เอ็มโอยู) ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติจีน (ซีเอ็นทีเอ)ให้ ครม.พิจารณา ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบ ก็จะได้ดำเนินการลงนามร่วมกับซีเอ็นทีเอได้ ในวันที่ 21 ก.ย.นี้

ทั้งนี้ สาระสำคัญในการลงนามเอ็มโอยูครั้งนี้ จะว่าด้วยการกำกับดูแลความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทั้งสองฝ่าย (ไทย-จีน) โดยมีรายละเอียดการทำงาน 3 ด้าน ได้แก่

การจัดตั้งกลไกด้านการสื่อสารและความร่วมมือผ่านตั้งคณะทำงานความร่วมมือ ไทย-จีน เพื่อควบคุมดูแลการท่องเที่ยว ,การสร้างกลไกความร่วมมือในการจัดทำโครงการด้านการท่องเที่ยวและการจัดการเมื่อเกิดเหตุร้าย และการสร้างกลไกประชาสัมพันธ์และฝึกอบรม รวมทั้งจัดการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ หัวหน้าทัวร์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบรรยายภาษาจีน

ด้านนางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ได้รับคำยืนยันจากซีเอ็นทีเอว่า เห็นด้วยกับรัฐบาลไทยที่วางมาตรการการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ เพราะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับแนวคิดของรัฐบาลจีนที่ดำเนินการก่อนหน้านี้ และจนถึงปัจจุบันมีการขึ้นบัญชีดำ (แบล็คลิสต์) บริษัทนำเที่ยวที่ทำธุรกิจไม่ถูกต้องและมีปัญหาด้านบริการคุณภาพแล้วกว่า 3,500 ราย ซึ่งรายชื่อดังกล่าวสามารถตรวจสอบได้ทางเว็บไซด์ และต่อไปเมื่อการตรวจสอบของไทยคืบหน้า ก็จะจัดทำเป็นบัญชีข้อมูลให้กับจีนทราบถึงบริษัทที่ดำเนินการอย่างไม่ถูกต้องเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สำหรับความกังวลของบริษัทนำเที่ยวในขณะนี้ที่ต้องการให้กำหนด “กฎหมายราคาขั้นต่ำ” ออกมาให้เร็วที่สุด ในส่วนของกรมการท่องเที่ยวยอมรับว่าต้องใช้เวลาดำเนินการตามกรอบเวลา 120 วันหลังจากการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่สามารถเร่งรัดได้ เนื่องจากต้องทำราคาขั้นต่ำครอบคลุมตลาดท่องเที่ยวทุกตลาด ไม่เฉพาะทัวร์จีนเท่านั้น จึงต้องรอบคอบในการดำเนินการ แต่เพื่อเป็นการบรรเทาความกังวลของผู้ประกอบการ ได้รับความร่วมมือจากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ในการกำหนดราคาขั้นต่ำมาให้เป็นเกณฑ์อ้างอิงเฉพาะหน้าก่อน

ประกอบด้วย ค่าที่พัก, ยานพาหนะ เช่น ตั๋วเครื่องบิน, รถบัส, มัคคุเทศก์ และค่าเข้าชมการแสดงต่างๆ ซึ่งจะพยายามกำหนดออกมาให้ได้ก่อนจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดฉลองวันชาติจีนต้นเดือน ต.ค.นี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่กังวลกับการตั้งราคา มีแนวคิดที่ได้รับการรับรองเบื้องต้นจากกรมการท่องเที่ยวช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการไปติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจีนได้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเสวนาดังกล่าว บรรยากาศของผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน ออกแถลงการณ์ปัญหาของผู้ประกอบการ ซึ่งในข้อแรกระบุว่า กังวลกับกิจกรรมที่ผ่านมาที่เคยไปเช่ารถบัสของบริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต(เครือข่ายบริษัทโอเอฯถูกจับกุมตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค. และอายัติรถบัสมากกว่า 2,000คัน) และนำนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการร้านขายสินค้าต่างๆ ในเครือโอเอฯว่าจะถูกพ่วงความผิดไปด้วย เนื่องจากมีกระแสข่าวรายงานว่า ตำรวจท่องเที่ยวเตรียมเอาผิดกับ 386 บริษัทเครือข่ายศูนย์เหรียญด้วย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวถึงประเด็นดังกล่าว โดยขอให้มั่นใจในการทำธุรกิจหากมีพื้นฐานการดำเนินงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายต่อไปนี้จะไม่มีการจับผิด แต่จะจับกุมเฉพาะรายที่กระทำไม่ถูกต้องเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดี จำเป็นต้องขยายผล โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน, การเสียภาษี ตามขั้นตอนทางกฎหมาย ที่สำคัญคือ ต้องไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

ส่วนกรณีที่กระแสความกังวลที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทนำเที่ยวพากันชะลอการรับทัวร์จากจีนเข้ามาในขณะนี้เพราะเกรงกลัวความผิด พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ถึงแม้จะหยุดธุรกรรมต่างๆ ในช่วงนี้ แต่หากอดีตที่ผ่านมาบริษัทใดที่กระทำผิด ก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุณทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยอมรับว่า ขณะนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบในเชิงธุรกิจบ้าง เช่น โรงแรม ร้านอาหารในพื้นที่กรุงเทพฯ และพัทยา รวมถึงจำนวนเที่ยวบินที่ลดลงจากราคาทัวร์สูงขึ้นตามมาตรการยกระดับมาตรฐานของนโยบายที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดการชะลอการตัดสินใจ

ดังนั้น ต่อไปจึงจะตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อดูแลราคาขายและการประกอบการให้เป็นไปตามนโยบายภาครัฐที่ว่าด้วยการห้ามขายทัวร์ต่ำกว่าราคาทุน หน่วยงานนี้จะประกอบด้วย ตัวแทนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ตำรวจท่องเที่ยว, สมาคม, และซีเอ็นทีเอจากจีนที่สามารถดูแลทั้งในประเทศไทยและจีนไปพร้อมๆ กัน

ส่วนความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ กระทรวงท่องเที่ยวจะประสานกับ ซีเอ็นทีเอ จะช่วยกันขับเคลื่อนมาตรการด้านการตลาด เพื่อสร้างแบรนด์และราคาในการจดจำภาพลักษณ์ใหม่ของมาตรฐานทัวร์ไทย โดยการท่องเที่ยวร่วมกับสายการบินและโรงแรม พร้อมเอเย่นต์ทำแพกเกจทัวร์คุณภาพโดยใช้กลไกของกรมการท่องเที่ยวตราช้างชูงวงเข้ามาวางแผน กำกับมาตรฐานการบริการที่มีคุณภาพและราคาในวาระต่อไป