วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 19-23 ก.ย. 59

ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง จากการประชุมระหว่างกลุ่มผู้ผลิตในปลายเดือนนี้และค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 42- 47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 44 - 49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (19 - 23 ก.ย. 59)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง หลังยังคงได้รับแรงหนุนจากการประชุมในปลายเดือนนี้ระหว่างผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปค ที่มีแนวโน้มเชิงบวกมากขึ้น และค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงหลังตลาดคาดธนาคารกลางสหรัฐ จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม อย่างไรก็ตาม ราคายังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังการขนส่งน้ำมันดิบกลับมาเป็นปกติ และปริมาณการส่งออกจากลิเบียและไนจีเรียที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

      โอกาสความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคในการประชุมในวันที่ 26 - 28 กันยายนที่ประเทศแอลจีเรีย เพื่อหารือสถานการณ์ตลาดและมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มเชิงบวกมากขึ้น หลังรัสเซียและซาอุดิอาระเบียได้บรรลุข้อตกลงในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน โดยทั้งสองประเทศจะเริ่มมีการหารือข้อตกลงที่ชัดเจนในเดือน ต.ค.

      ค่าเงินดอลลาร์ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง หลังในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันที่ 20 - 21 ก.ย. ตลาดคาดว่ามีโอกาสเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่ Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงเปราะบาง สะท้อนจากดัชนีภาคการบริการ (ISM) และการจ้างงานนอกภาคเกษตร อย่างไรก็ตาม ตลาดมองว่ามีโอกาสกว่าร้อยละ 40 ที่ตลาดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.

      ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากกลุ่มลิเบียและไนจีเรียมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มมากขึ้น หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศเริ่มคลี่คลายลง โดยความคืบหน้าล่าสุดลิเบียประกาศยกเลิก Force Majeure และเตรียมกลับมาส่งออกน้ำมันดิบจากท่าขนส่งน้ำมันดิบ Zuwetina, Es Sider และ Ras Lanuf แล้ว หากสามารถเปิดดำเนินการได้ จะส่งผลให้ปริมาณการผลิตปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 600,000 บาร์เรลต่อวันจากปัจจุบันที่ประมาณ 290,000 บาร์เรลต่อวัน สำหรับไนจีเรีย หลังจาก Shell กลับมาดำเนินการส่งออกน้ำมันดิบ Bonny Light ในสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท Exxon Mobil กลับมาเสนอขายน้ำมันดิบ Que Iboe ในตลาดแต่ยังคงสถานะ Force Majeure ไว้ อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ปริมาณการส่งออกจะปรับเพิ่มขึ้นยังคงมีความเสี่ยงหลังกลุ่มชนบทในลิเบียเกิดความไม่พอใจกับรัฐบาลที่มีการใช้กำลังในช่วงที่ผ่านมาและส่งผลก่อให้เกิดการเสียชีวิตของผู้นำคนสำคัญของกลุ่ม

      ภาวะอุปทานน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปล้นตลาดมีแนวโน้มส่งผลกดดันราคาต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการขนส่งน้ำมันดิบที่กลับมาเป็นปกติ และปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสหรัฐ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังอุปสงค์เริ่มปรับตัวลดลง จากรายงานล่าสุดของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ รายงาน น้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 9 ก.ย. ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 4.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล และปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 0.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 0.34 ล้านบาร์เรล

      ปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 9 ก.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาสู่ระดับ 414 แท่น ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 84 แท่นจากต้นเดือน ก.ค. หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องใกล้ระดับต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันดิบที่ราว 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยกว่า 2 ใน 3 ของปริมาณแท่นขุดเจาะที่เพิ่มขึ้นมาจากแหล่งผลิต Permian ส่งผลให้ปริมาณแท่นขุดเจาะปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นมาใกล้ระดับต้นปี 2559

      ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซน ดัชนีการบริการและภาคการผลิตยูโรโซน และดัชนีการผลิตสหรัฐ

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (12-16 ก.ย. 59)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 2.85 ดอลลาร์ ปิดที่ 43.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 2.24 ดอลลาร์ ปิดที่ 45.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากรายงานประจำเดือน ก.ย.ของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) และรายงานประจำเดือน ก.ย. ของโอเปค มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันที่คาดว่าตลาดจะเข้าสู่สมดุลช้ากว่าที่วิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยสาเหตุหลักมาจาก อุปสงค์มีแนวโน้มชะลอตัวลงในครึ่งปีหลังนี้ นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ หลังนักลงทุนเชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้อย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้

                                                    -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999