ลดพอร์ตลง เริ่มเก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลดลงมาแรง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับขึ้น
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะปรับขึ้นเล็กน้อย ตามทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ที่ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นระหว่างรอผลการประชุมของ FED ในวันที่ 20-21 ก.ย.2559 ด้านนักลงทุนต่างชาติเมื่อวันศุกร์ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่ออีก 5,770 ล้านบาท คาดว่าเป็นผลหลักมาจาก FTSE Rebalance ซึ่งมีหุ้นไทยหลายตัวได้รับการปรับน้ำหนักเพิ่ม
แนวรับ/แนวต้าน : 1460/1490 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลง เริ่มเก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลดลงมาแรง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ
หุ้นแนะนำ
BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การถึงจุดคุ้มทุนของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น
TPCH (24.56) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ
EGCO (220) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยไตรมาส 3/59 คาดรายได้จะเป็นจุดสูงสุดของปีจากโรงไฟฟ้าขนอม (KN4) ที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส พร้อมทั้งคาดว่าจะ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ชัยภูมิกำลังการผลิต 90 MW ในช่วงไตรมาส 4/59 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกส่วนต่อขยายของโรงไฟฟ้าขนอม และยังเป็นหุ้น Defensive play ในช่วงตลาดขาลง
IVL (40) : แนวโน้มในครึ่งปีหลังยังดีต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา 20% นับตั้งแต่จุดสูงสุด เรามองว่ารับข่าวร้ายไปพอสมควรแล้ว ในขณะที่การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งจะไม่ได้รับผลลบจากปัจจัยในประเทศมาก นอกจากนี้ยังได้ผลดีจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงเมื่อคืน
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ "สมคิด" นัดถก ครม.เศรษฐกิจวงเล็ก "พาณิชย์" เตรียมเสนอแผนดับเศรษฐกิจในประเทศหวังบูมกำลังซื้อ พร้อมคลอดแผนดูแลราคาสินค้าเกษตร คลังชี้ 2-3 สัปดาห์จ่อชง ครม.ช่วยเหลือคนจน
+ รฟฟท.มั่นใจ ร่างทีโออาร์จัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ 7 คัน แล้วเสร็จทันเสนอบอร์ดปลายปีนี้ พร้อมแจงเร่งเปิดประมูลหาผู้รับจ้างเดินรถได้ภายใน 2 ปีนี้แน่นอน
+ "พาณิชย์" เตือนผู้ผลิตไทย รับมือเงื่อนไขการกีดกันทางการค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เผยรอบปี 58 ที่ผ่านมา ทุกประเทศงัดใช้รวมกันกว่า 3.5 หมื่นมาตรการ สหรัฐนำโด่ง ตามด้วยอียูและญี่ปุ่น ทำสินค้าทั้งเกษตรและอุตสาหกรรมเผชิญเงื่อนไขทางการค้าเพิ่มส่อต้นทุนพุ่งตาม แนะศึกษาให้เข้าใจพร้อมเร่งปรับตัว
+ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทaศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมพร้อมมาตรการรับมือผลกระทบจากนโยบายการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ควงรองนายกฯ โรดโชว์ด่วน 5 เมืองท่องเที่ยวหลักของจีน ทำความเข้าใจนโยบายปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ ทางด้านภาพรวมการท่องเที่ยวเกาะสมุยไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีทางการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ นักท่องเที่ยวจีนยังเดินทางมาต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก สาเหตุจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะสมุย ได้ตกลงร่วมกันตั้งแต่ต้นว่าจะต้องไม่มีการทำทัวร์ศูนย์เหรียญบนเกาะสมุย และหากมีบริษัทไหนมีพฤติกรรมในลักษณะการทำทัวร์ศูนย์เหรียญ ก็จะมีมาตรการเข้าไปจัดการกับบริษัทนั้นทันที
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันศุกร์ ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ร่วงลงจากความเป็นไปได้ที่ดอยช์ แบงก์อาจจะถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐสั่งปรับเป็นเงินสูงเกินคาดถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในการยุติคดีเกี่ยวกับความผิดพลาดในการขายหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน ขณะที่นักลงทุนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับกำหนดเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเฟดจะประชุมนโยบายการเงินในวันอังคารและพุธนี้ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 88.68 จุดหรือ 0.49% สู่ 18,123.80, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 8.10 จุดหรือ 0.38% สู่ 2,139.16 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 5.12 จุดหรือ 0.10% สู่ 5,244.57
- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดร่วงลงในวันศุกร์ และปิดตลาดรายสัปดาห์ในแดนลบเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ในขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งลง หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเรียกร้องเงิน 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์จากธนาคารดอยช์ แบงก์ของเยอรมนี เพื่อรอมชอมคดีการสร้างความเข้าใจผิดต่อลูกค้าในการขายตราสารหนี้ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 20.02 จุด หรือ 0.3 % สู่ 6,710.28
+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ในวันศุกร์ ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวกับแอปเปิลพุ่งขึ้นจากยอดขายไอโฟน 7 ที่สดใส และหุ้นกลุ่มธนาคารได้รับแรงซื้อคืนหลังจากมีแรงเทขายอย่างหนักในช่วงต้นสัปดาห์ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดพุ่งขึ้น 114.28 จุด หรือ 0.70% ที่ 16,519.29 หลังจากร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์เมื่อวันพฤหัสในสัปดาห์ ดัชนีนิกเกอิดิ่งลง 2.6% ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดเมื่อเทียบรายสัปดาห์นับตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค.
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 2% ในวันศุกร์และลงไปแตะจุดต่ำสุดรอบหลายสัปดาห์ในระหว่างวัน ในขณะที่ปริมาณการส่งออกน้ำมันของอิหร่านเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากเหตุขัดข้องในโรงกลั่นน้ำมันและท่อส่งน้ำมัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ต.ค.ดิ่งลง 88 เซนต์ หรือ 2% มาปิดตลาดที่ 43.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยจุดต่ำสุดของวันศุกร์ถือเป็นจุดต่ำสุดรอบ 5 สัปดาห์






