คปภ. เล็งหาช่องดันธุรกิจประกันดิจิทัลต่อยอดสู่ระบบอีเพย์เม้นท์ ล้อไทยแลนด์ 4.0 ล่าสุดจัดงานสัปดาห์ประกันปี 59 โชว์แนวคิด “ก้าวไป ข้างหน้า
สู่ประกันภัย ในยุคดิจิทัล” พร้อมส่วนลดสูงสุด 30% หวังดึงคนไม่มีประกันเข้าระบบโดยเฉพาะกลุ่มฐานราก และระยะยาวดันจำนวนกรมธรรม์ต่อประชากรมากกว่า 100%
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ.สนับสนุนนโยบายรัฐบาลผลักดันให้ธุรกิจประกันภัยเข้าสู่ระบบอีเพย์เม้นท์ เชื่อว่าช่วยให้ธุรกิจประกันภัยเติบโตขึ้น เบื้องต้นคปภ. จะหารือทั้งสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย หาแนวทางนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในธุรกิจมากขึ้น โดยผลักดันให้ธุรกิจประกันภัยเข้าสู่ระบบอีเพย์เมนท์ทั้งหมด ตามความพร้อมของแต่ละบริษัท โดยให้การสนับสนุนบริษัทที่มีความพร้อมเข้าสู่ระบบเต็มที่ และเข้าไปแก้ไขปัญหาให้บริษัทที่ยังไม่มีความพร้อม
ทั้งนี้มั่นใจว่าธุรกิจประกันภัยมีความเข้มแข็ง แต่ต้องปรับตัวภายใต้ภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น และดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ควบกับการลงทุนมากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจประกันอยู่ได้ยั่งยืน โดยไตรมาส 2 ปีนี้ธุรกิจประกันภัยเติบโต 6% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ล่าสุด คปภ. เตรียมจัดงานสัปดาห์ประกันภัย ปี 2559 โชว์แนวคิด “ก้าวไป ข้างหน้า สู่ประกันภัย ในยุคดิจิตอล” ชูงานเดียวครบเครื่องเรื่องประกันภัย คุ้มสุดๆกับโปรโมชั่นกรมธรรม์ ประกันภัยราคาถูก ส่วนลดสูงสุด30%และจ่ายเบี้ยประกันภัยครบ500บาท ลุ้นรับรางวัลรถยนต์ Honda Brio นอกจากนี้ยังสร้างรายได้จากอาชีพ ความรู้ประกันภัยครบครัน พลาดไม่ได้กับสาระและความบันเทิงจาก ศิลปินมากมาย ระหว่างวันที่ 22-25 ก.ย.นี้ ณ ศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
“คปภ.หวนกลับมาจัดงานนี้อีกครั้งหลังจาก4ปีที่ผ่านมาด้วยภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยแต่อย่างไรก็ตามแม้เศรษฐกิจยังฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไปแต่เรายังเห็นว่าธุรกิจประกันภัยเป็นส่วนหนึ่งที่จะขับเคลื่อนตามนโยบายไทยแลนด์4.0 เป็นตัวเชื่อมระหว่างปัจจุบันไปสู่อนาคตในยุคดิจิทัล แต่ก็ยอมรับว่ามีบางบริษัทพร้อมจะก้าว บริษัทรอยังต้องรอดูและไม่พร้อม ขณะที่ประชาชาก็ต้องปรับตัวเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดประกันภัยยุคดิจิทัล”
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ถือครองกรมธรรม์ต่อประชากรทั้งประเทศไทยมีสัดส่วนเพียง38% หรือเฉลี่ย1-5กรมธรรม์ต่อคน ยังมีมากกว่า60% ที่ยังเข้าไม่ถึงหลักประกันชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มคนฐานรากหรือผู้มีรายได้น้อยกว่า 8ล้านคน ที่มีรายได้ต่อปีต่ำกว่า 100,000 บาท ซึ่งจริงแล้วเป็นกลุ่มคนที่มีความต้องการมากที่สุด
ดังนั้นในงานนี้บริษัทประกันชีวิต จะสนับสนุนส่วนลดกรมธรรม์ และจับสลากรางวัล โดยเน้นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตการออมเงินเพื่อการศึกษาบุตรและรองรับวัยเกษียณ ที่เหมาะสมกับรายได้และสร้างความเข้าใจวางแผนการออมเงินผ่านการประกันชีวิตมากสุด
"คาดในงานนี้จะมีเบี้ยประกันชีวิตมากกว่าในงานวันประกันชีวิตที่ผ่านมา ซึ่ง 2 วันมีเบี้ย 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 ล้านบาทจากช่วงปีก่อน อีกทั้งระยะยาวตั้งเป้าผู้ถือครองกรมธรรม์ต่อประชากรทั้งประเทศสัดส่วนมากกว่า 100% เช่นเดียวกับญี่ปุ่นสูงถึง 200% ซึ่งจะช่วยลดภาระภาครัฐในอนาคต"
นอกจากนี้ธุรกิจประกันชีวิตยังเอื้อต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยเม็ดเงินลงทุนประกันชีวิตกว่า 2 ล้านล้านบาท ที่ลงทุนในตลาดตราสารหนี้และตลาดทุน โดยธุรกิจประกันชีวิตมีเม็ดเงินลงทุนสัดส่วนมากที่สุดถึง 30% ในตลาดตราสารหนี้ ถือว่า ธุรกิจประกันชีวิตเป็นแกนกลางให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต และคนไทยมีหลักประกันชีวิตที่มั่นคง
นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า ในงานนี้ส่วนของบริษัทประกันวินาศภัย จะมีส่วนลดกรมธรรม์ประกันวินาศภัยสูงสุด 30% เพื่อให้คนทุกกลุ่มและภาคธุรกิจที่ยังไม่เคยมีประกันเข้ามาใช้ประกันในการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น
นายสาระ ล่ำซำ ประธานสภาธุรกิจประกันภัยไทย กล่าวว่า บริษัทประกันภัยต่างโชว์นวัตกรรมดิจิทัลให้ลูกค้าสามารถซื้อประกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ประกันหลากหลาย เชื่อว่า การตอบรับการประกันภัยจะดีขึ้น แม้ยังมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ





