วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TVO - ถือ

ผลผลิตต่อพื้นที่เพาะปลูกของสหรัฐฯ ในเดือนก.ย. ทำสถิติใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โอกาสเกิดลานีญ่าลดลงในปี 2560

ประเด็นการลงทุน

เราปรับลดคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” เนื่องจากโอกาสของการเกิดของปรากฎการณ์ลานีญ่าที่มีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 และแนวโน้มของการเกิดภาวะที่เป็นกลาง (ไม่มีปรากฎการณ์ทั้งเอลนีโญ่และลานีญ่า) ที่จะมีมากขึ้นตั้งแต่ ณ ปัจจุบันจนถึงกลางเดือนพ.ค. 2560 (ซึ่งจะส่งผลให้ราคาถั่วหลืองในตลาดโลก และอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มที่จะทรงตัวแทนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นภายใต้สมมติฐานเดิมของเรา) รายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ เดือนก.ย. ที่ออกมาซึ่งเป็นไปในทิศทางลบมากขึ้นยืนยันมุมมองของเราที่คาดว่าราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกจะยังคงถูกกดดันจากผลผลิตถั่วเหลืองสำหรับรอบการเพาะปลูกของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ที่ออกมาจำนวนมาก ราคาถั่วเหลืองมีแนวโน้มที่จะซื้อขายในระดับที่ลดลงมาอยู่ในกรอบ 8.5-9.5 เหรียญต่อบูเชล และเราคาดว่าราคาถั่วเหลืองอาจมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่องหากปรากฎการณ์ที่เป็นกลาง (ไม่มีทั้งเอลนีโญ่และลานีญ่า) ช่วยหนุนผลผลิตถั่วเหลืองจากอเมริกาใต้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 เราแนะนำถือหุ้น TVO เพื่อรอรับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงถึง 6.6% สำหรับในปี 2560

โอกาสของการเกิดปรากฎการณ์ลานีญ่าลดลงเหลือ 30-40% ในช่วงเดือนต.ค. 2559–มี.ค. 2560

รายงานของศูนย์พยากรณ์ปรากฎการณ์ลานีญ่าและเอลนีโญ่เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมาระบุว่าโอกาสของการเกิดปรากฎการณ์ที่เป็นกลางหรือไม่มีทั้งเอลนีโญ่และลานีญ่า (แทนที่จะเกิดปรากฎการณ์ลานีญ่า) ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจนถึงฤดูหนาวคาบเกี่ยวปี 2559-60 (เดือนต.ค. 2559–มี.ค. 2560) และต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพ.ค. 2560 อยู่ที่ประมาณ 55-60% ในขณะที่โอกาสของการเกิดปรากฎการณ์ลานีญ่าในช่วงเวลาดังกล่าวลดลงจาก 70-75% ในรายงานเดือนมิ.ย.และ 55-60% ในรายงานเดือนส.ค. เหลือเพียงแค่ 30-40% ในรายงานเดือนก.ย.

นอกจากนี้รายงานฉบับเดือนก.ย. ยังบ่งบอกว่ามีโอกาสของการก่อตัวของปรากฎการณ์เอลนีโญ่เล็กน้อยในช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค. 2560 (เพิ่มขึ้นจาก 4-8% ในรายงานเดือนส.ค. มาอยู่ที่ 13-20% ในเดือนก.ย.) นั่นหมายความว่าปรากฏการณ์ลานีญ่าในช่วงเดือนต.ค.2559-มี.ค.2560 จะไม่ได้รุนแรงอย่างที่เคยคาดก่อนหน้า และระยะเวลาของการเกิดปรากฏการณ์ลานีญ่าจะสั้นกว่าที่คาดก่อนหน้า และเนื่องจากการเปลี่ยนไปสู่ภาวะปรากฎการณ์ที่เป็นกลาง (หรือไม่มีทั้งเอลนีโญ่และลานีญ่า) เราจึงคาดว่าปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองจากอเมริกาใต้อาจมีแนวโน้มออกมาสูงกว่าที่เราเคยคาดก่อนหน้าว่าจะเกิดปรากฎการณ์ลานีญ่า และนั่นหมายถึงราคาถั่วเหลืองที่อาจจะมีแนวโน้มทรงตัวมากขึ้นในกรอบ 8.5-9.5 เหรียญต่อบูเชล (มากกว่าที่จะเป็นภาวะราคาถั่วเหลืองขาขึ้นภายใต้สมมติฐานก่อนหน้าของเราสำหรับปี 2560)


รายงานกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ เดือนก.ย. เป็นไปในทิศทางลบมากขึ้น—ผลผลิตต่อพื้นที่เพาะปลูกของสหรัฐฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์

จากรายงานอุปทาน/อุปสงค์ถั่วเหลืองของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองต่อพื้นที่เพาะปลูกทำสถิติใหม่สูงสุดที่ 50.6 บูเชล/เอเคอร์ เพิ่มขึ้นจาก 48.9 บูเชล/เอเคอร์ในรายงานเดือนส.ค. ซึ่งส่งผลให้ปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.2 พันล้านบูเชล (เพิ่มขึ้น 141 ล้านบูเชล) สต็อกถั่วเหลืองปลายงวดของสหรัฐฯ สำหรับปี 2559/60 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 365 ล้านบูเชล (เพิ่มขึ้นอีก 35 ล้านบูเชล) อัตราส่วนสต็อกถั่วเหลืองต่อการใช้ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9% (จาก 8.2% ในเดือนส.ค.) เราเชื่อว่าอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติผสมกับปริมาณฝนที่ตกใกล้เคียงระดับปกติในฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยช่วยหนุนการเติบโตของผลผลิตถั่วเหลืองในเดือนก.ย. ซึ่ง 73% ของพื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองถือว่าอยู่ในสภาวะที่ดีถึงดีมาก สต็อกถั่วเหลืองปลายงวดของโลกและอัตราส่วนสต็อกถั่วเหลืองต่อการใช้ของโลกปี 2559/60 ในเดือนก.ย. ถูกปรับเพิ่มขึ้นอีก 0.93 ล้านตัน (มาอยู่ที่ 72.2 ล้านตัน) และ 22% (จาก 21.6% ในเดือนส.ค.) ตามลำดับ

ปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 2560 ให้เป็นไปในเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้น

เนื่องจากราคาถั่วเหลืองที่มีแนวโน้มทรงตัวในช่วง 8.5-9.5 เหรียญสหรัฐต่อบูเชลอย่างน้อยจนถึงกลางปี 2560 (มากกว่าที่จะเป็นภาวะที่ราคาถั่วเหลืองเป็นขาขึ้นภายใต้สมมติฐานเดิมของเรา) สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัวมากขึ้น (มากกว่าที่จะปรับเพิ่มขึ้น) และความเป็นไปของปรากฎการณ์เอลนีโญ่ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 (ซึ่งยังคงไม่ได้มีระบุไว้ในรายงานเดือนก.ย.ว่าจะมีแนวโน้มเกิดขึ้น) เราจึงทำการปรับลดประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นปี 2560 ลงจาก 14.3% มาอยู่ที่ 13.1% และปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ลงอีก 12% (มาอยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท) ดังนั้นราคาเป้าหมายของเราปรับลดลงอีก 15% (เหลือ 34 บาท)