วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่องมุมมอง‘โอกาสทอง’ของวิกฤตินิตยสารไทย

ในช่วงปี 2558-2559 มีข่าวนิตยสารหลายหัวปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง จนนักวิเคราะห์หลายคนนิยามว่า นี่คือวิกฤติสื่อสิ่งพิมพ์ครั้งใหญ่

ขณะที่บริษัท มีเดีย ทรานส์เอเชีย ไทยแลนด์ จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์นิตยสารระดับโลกเวอร์ชั่นภาษาไทย อาทิ เมนส์เฮลท์ (Men’s health) วีเมนส์เฮลท์  (Women’s Health) กอล์ฟไดเจสต์ (Golf Digest) โอเคแมกกาซีน (OK! Magazine) ทราเวลแอนด์เลเชอร์ (Travel & Leisure) และ เซเว่นทีน (Seventeen) กลับมองว่า “นี่คือโอกาสทองของนิตยสารในการก้าวเข้าสู่โลกของ content marketing อย่างแท้จริง”

เรซินา อูเบรอย บาจาชจ์  รองผู้อำนวยการ บริษัท มีเดีย ทรานส์เอเชีย ไทยแลนด์ จำกัด  เปิดเผยว่าในปี 2558 บริษัทมีสัดส่วนรายได้เพิ่มจากปีก่อนหน้า 12% ในขณะที่ ม.ค.-ส.ค.ปีนี้ เพิ่มขึ้น 17% โดยคาดว่าสิ้นปีนี้รายได้จะเพิ่มขึ้นถึง 20%

               “ในฐานะผู้ผลิตนิตยสาร เราเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและความเป็นไปของโลกดิจิทัลเสมอมา จึงสร้างช่องทางการสื่อสารผ่านโลกออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2553 ปีนี้ก็มีการลงทุนกว่า 5 ล้านบาท เพื่อพัฒนาในรูปแบบการนำเสนอสื่อออนไลน์ของนิตยสารในเครือโดยเฉพาะ ไม่ต่างอะไรกับธุรกิจทุกประเภท ที่ต้องมีการพัฒนา ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ”

แม้ว่าโลกดิจิทัลมีคอนเทนท์ให้เลือกอ่านมากมาย ยิ่งทำให้มั่นใจว่าบริษัทคือผู้ผลิต  Value Content หรือคอนเทนท์คุณภาพอย่างแท้จริง

               การดำเนินธุรกิจนิตยสาร ได้การกำหนดกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ที่ประกอบไปด้วย  

Native Advertising ในรูปแบบของคอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง นำเสนอเรื่องราวความน่าสนใจในตัวสินค้าผ่านเนื้อหาที่ได้รับการสร้างสรรค์จากทีมงานผู้มีประสบการณ์ด้านการเขียนทั้งออนไลน์และออฟไลน์

Display Advertising การลงโฆษณาในเว็บไซต์ และอี-แมกกาซีน ในรูปแบบที่จะทำให้ผู้อ่านเห็นโฆษณาสินค้าและบริการมากยิ่งขึ้น

Online & Offline Marketing นำโครงสร้างที่แข็งแกร่งอยู่แล้วของบริษัทนั่นคือ “อีเวนท์และสื่อสิ่งพิมพ์” มารวมกับกิจกรรมและคอนเทนท์ออนไลน์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร

Content Provider Service เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเลือกเสพเนื้อหาที่มีคุณภาพ บริษัทจึงมี Content Library เพื่อตอบสนองความต้องการของเว็บไซต์ที่ต้องการเพิ่มทราฟฟิก

สำหรับนิตยสาร seventeen ที่ยุติการผลิตรูปเล่มในช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นสื่อวัยรุ่นที่มีการศึกษาและเข้าใจไลฟสไตล์ของวัยรุ่นมาโดยตลอด พบว่าผู้อ่านส่วนใหญ่จะมีอายุระหว่าง 15 – 25 ปี มีพฤติกรรมการอ่านหนังสือแนวไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่ตามข่าวบิวตี้และแฟชั่นที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ทุกคนต้องพุ่งตรงไปแผงหนังสือทุกวันที่ 1 ของทุกเดือนเพื่อรอซื้อนิตยสาร กลายเป็นการสไลด์สมาร์ทโฟน เพื่อติดตามอ่านเนื้อหาออนไลน์ของ  www.seventeenthailand.com แทน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้มองว่านี่คือวิกฤติ แต่เป็นเรื่องปกติของบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป หลายประเทศในเอเชีย เช่น นิตยสารวัยรุ่นในเกาหลี สิงคโปร์ ฮ่องกง หลายแบรนด์ก็เลิกตีพิมพ์ เพื่อหันไปนำเสนอเนื้อหาผ่านทางเว็ไซต์และโซเชียลมีเดียแทน  

               บริษัทจึงปรับกลยุทธ์เพื่อให้ seventeen Thailand อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ผลิตคอนเทนท์สำหรับวัยรุ่น รวมทั้งพัฒนารูปแบบของนิตยสารอื่นๆ ในเครือทั้ง Men’s health, Women’s Health, Golf Digest และ OK! Magazineให้มีความแข็งแกร่งในด้านออนไลน์ควบคู่กับสื่อสิ่งพิมพ์  โดยฝึกอบรมพัฒนาคุณภาพบุคลากร รวมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์ม นำเสนอคอนเทนท์และอีเวนท์ใหม่ๆ 

เพื่อตอกย้ำว่าธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ยังมีโอกาสทำกำไร ในช่วงเวลาที่ทุกคนมองว่าเป็นวิกฤติเช่นนี้