อยากมีร้านกาแฟชิคๆ ติดก็แต่ทุนจำกัด ไม่ไว้ใจช่าง แถมอยากให้งานเสร็จไวจะได้รีบเปิดหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยแบงก์ คำตอบของความฝันอยู่ที่ “HiiFE”
ทำไมการจะมี “ร้านค้า” สักร้านถึงยากนัก?
โจทย์หนักอกที่ติดอยู่ในใจเอสเอ็มอีหลายคน จนต้องชะลอแผนทำเงินออกไปไม่มีกำหนด พอต้องมาคิดทบทวนว่า จะใช้เงินลงทุนมากแค่ไหน จะหาช่างถูกใจได้หรือเปล่า งานจะเสร็จตามเวลา หรือยืดยาวออกไปจนกระทบแผนธุรกิจที่วางไว้
หนึ่งคนที่เข้าใจหัวอกเอสเอ็มอีดี คือ “ชิดพันธุ์ วัฒนพรมงคล” ผู้ก่อตั้ง ไฮฟ คอร์ปอเรชั่น (HiiFE Corporation) (www.facebook.com/hiifecorp) พวกเขาให้บริการออกแบบและก่อสร้างอาคารจากตู้คอนเทนเนอร์ เช่น อพาร์ทเมนท์ โรงแรม สำนักงาน ร้านค้า ฯลฯ ที่พ่วงความเป็นอาคารอัจริยะ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพิ่ม “แต้มต่อ” ให้นักลงทุน
“หลายคนคงเคยประสบปัญหา ช่างฝีมือไม่ดี หาช่างไม่ได้ การก่อสร้างล่าช้า อาคารไม่ทนทานต่อแผ่นดินไหว จะเปิดร้านค้าแต่ยังไม่แน่ใจว่า ธุรกิจจะไปรอด หรือคุ้มค่าก่อสร้างค่าตกแต่งหรือไม่ รวมถึงความยุ่งยากในการก่อสร้าง หรือต่อเติมอาคาร และปัญหาโจรกรรมที่มากขึ้นทุกวัน”
คนหนุ่มตั้งคำถามที่ยากจะปฏิเสธ ก่อนให้คำตอบด้วยบริการจากไฮฟ โดยออกแบบและก่อสร้าง “อาคาร” จาก "ตู้คอนเทนเนอร์” สำเร็จรูป ซึ่งเข้ามาช่วยแก้ปัญหาฝีมือช่าง ช่วยควบคุมระยะเวลา และงบประมาณในการก่อสร้าง โดยเฉพาะอาคารเพื่อ “ธุรกิจ” เช่น อพาร์ทเมนท์ ออฟฟิศ ร้านค้า ร้านอาหาร ฯลฯ เหล่าความฝันของเอสเอ็มอีทั้งหลาย
ด้วยประสบการณ์ของผู้ก่อตั้ง ที่เป็นสถาปนิก และผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารเขียว จึงได้นำแนวคิดอาคารอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้ามาให้บริการพ่วงด้วย จนกลายเป็นคำตอบที่ช่วยให้เอสเอ็มอี สามารถประหยัดค่าไฟ รักษาสุขภาพ และยังส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ในเรื่องความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ที่คูลไปกว่านั้น คือการบวกจุดเด่นเรื่อง “นวัตกรรม” เป็นมูลค่าเพิ่มให้ตัวอาคาร เช่น ระบบอาคารอัจฉริยะ(Smart building automation) และการสื่อสารอัจฉริยะ(Internet of things) เพื่อตอบโจทย์ทั้งธุรกิจและชีวิตที่สะดวกสบายของผู้ใช้
สารพัดจุดเด่นเช่นนี้เอง ที่ทำให้พวกเขาฉีกตัวเองออกจากผู้ให้บริการตู้คอนเทนเนอร์รายอื่น และได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด แม้ยังเป็นผู้ประกอบการน้องใหม่ ที่เพิ่ง Startup ธุรกิจได้ไม่นานนัก
“เราใช้เรื่องของดีไซน์มาทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ไม่ถูกจำกัดว่าจะต้องเป็นแค่แท่งสีเหลี่ยมๆ เราเติมความรู้ด้านอาคารอัจฉริยะ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าไป ใส่จินตนาการ ใส่ดีไซน์ องค์ความรู้ และเทคโนโลยี จนทำให้เราแตกต่างจากเจ้าอื่น”
ไฮฟ มีบริการทั้ง “แบบสำเร็จรูป” และ “งานสั่งตัด” ที่รับทำให้กับลูกค้ารายนั้นๆ โดยเฉพาะ โดยราคาขายแตกต่างกันออกไป ขึ้นกับความต้องการของลูกค้า ที่สำคัญไม่ได้ต่างจากราคาอาคารตู้คอนเทนเนอร์ทั่วๆ ไปมากนัก โดยเงินลงทุนขั้นต่ำตั้งแต่ประมาณ 2 แสนบาทขึ้นไป เพื่อให้ยังตอบจุดยืน “คนเป็นเจ้าของร้านได้ง่ายๆ” ตามปณิธานที่วางไว้ตั้งแต่ต้น โดยกลยุทธ์สร้างความได้เปรียบเรื่องต้นทุน คือ ใช้ “พันธมิตร” เพื่อให้ได้ราคาที่ถูก ใช้วัสดุในประเทศที่ถูกกว่านำเข้าถึง 20-30% และวัสดุรีไซเคิลบางอย่าง ที่จะช่วยให้ต้นทุนการผลิตถูกลงไปด้วย ซึ่งส่งผลถึงราคาขายที่เอสเอ็มอีจะเอื้อมถึงได้
“อนาคตเราจะทำให้เหมือนรถ คือทำในเชิงอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยจะผลิตอาคารสำเร็จรูปแล้วขายเหมือนรถ คุณสั่งมาเลยว่าอยากได้ออปชั่นไหน โดยเราจะมีตั้งแต่ออปชั่นพื้นฐาน ตัวธรรมดา ตัวกลาง หรือตัวท็อป ให้เขาเลือก โมเดลแบบนี้จะทำให้คนเข้าถึงเราได้มากขึ้นด้วย”
การเปิดตลาดในช่วงเริ่มต้น พวกเขามองไปที่กลุ่มนักธุรกิจ ที่ต้องการสร้างโรมแรม หรืออพาร์ทเมนท์ นักลงทุน ในจังหวัดท่องเที่ยว และจังหวัดที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งกำลังโตขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเอสเอ็มอีที่อยากมีร้านค้าของตัวเอง
“ที่เลือกกลุ่มนี้ก่อน เพราะการทำอาคารจากตู้คอนเทนเนอร์ต้องใช้หลายๆ ยูนิต ถึงจะคุ้มค่าการลงทุน และคนกลุ่มนี้ตัดสินใจง่าย เมื่อเห็นโอกาสว่า ลงทุนแล้วได้เงินกลับมา” เขาบอก
ก่อนยกตัวอย่าง การลงทุนสร้างอพาร์ทเมนท์ ขนาด 20 ยูนิต ที่ทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 1 ปี แต่พวกเขาสามารถใช้เวลาแค่ 1 ใน 3 ซึ่งนั่นเท่ากับว่า ดอกเบี้ยจะหายไป 1 ใน 3 ด้วย ราคาต่อการลงทุน จะถูกกว่าการก่อสร้างรูปแบบเดิมๆ ถึงประมาณ 20% และหากทำหลายๆ ยูนิต ก็จะยิ่งถูกลงได้อีก
การใช้ตู้คอนเทนเนอร์ ลดความยุ่งยากที่เจ้าของต้องเข้าไปตรวจไซด์งานเอง เพราะสามารถทำจากข้างนอกและยกไปประกอบได้เลย ทำให้ลดปัญหากระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้านข้างเคียงด้วย นอกจากนี้ยังมีความอัจริยะของตัวอาคารเป็นจุดขาย แถมยังช่วยประหยัดพลังงาน เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาวของผู้ลงทุนอีกด้วย
“เราเคยคำนวนว่า อพาร์ทเมนท์ขนาด 20 ยูนิต ปกติลงทุน 10-15 ล้านบาท ใช้เวลาคืนทุน 7-8 ปี ของเราลงทุนถูกกว่า 20% และคืนทุนเร็วกว่าคือ ภายใน 5-6 ปี เท่านั้น!” เขายกตัวอย่างโอกาสธุรกิจ
สำหรับนักลงทุน ตู้คอนเทนเนอร์อัจริยะ ยังมองเป็น “สินทรัพย์” ได้ คือช่วงไหนเงินขาด ธุรกิจฝืด ก็ยังสามารถขายต่อ หรือปรับไปเป็นอย่างอื่นได้ เพราะเป็นทรัพย์สินของเขาไปแล้ว
ถามถึงเป้าหมายในธุรกิจนี้ ชิดพันธุ์ บอกเราว่า ปีแรกหวังแค่ขายได้ประมาณ 10 ตู้ แต่เชื่อว่าหลังจากนั้นธุรกิจจะโตแบบ “ก้าวกระโดด” โดยตั้งเป้าว่า จะไปถึงหลัก 100 ล้าน! ได้ภายใน 4 ปี ขณะที่ในอนาคตยังเตรียมขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ตัวอื่น ไม่จำกัดเพียงตู้คอนเทนเนอร์เท่านั้น
“ผมไม่ได้วางโพสิชั่นตัวเองเป็นแค่ตู้คอนเทนเนอร์ แต่คือบริษัทนวัตกรรมด้านการออกแบบและก่อสร้าง ซึ่งโอกาสยังเปิดกว้างอีกเยอะมาก” เขาประกาศในตอนท้าย
“HiiFE” มาจากคำว่า “Hope” กับ “Life” สะท้อนความเป็นธุรกิจ ที่จะตอบ “ความหวัง” และ “การใช้ชีวิต” ของผู้คนในวันนี้ ด้วยนักแก้ปัญหาที่ชื่อ..ไฮฟ คอร์ปอเรชั่น
“”””””””””””””””””
Key to success
ไอเดียธุรกิจ "HiiFE"
๐ ตอบโจทย์ คนอยากมีธุรกิจ มีร้านค้า
๐ ชูจุดขายอาคารอัจฉริยะและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
๐ ประหยัดพลังงาน รักษาสุขภาพ เสริมภาพลักษณ์
๐ สร้างเสร็จไว ช่วยเซฟดอกเบี้ยได้
๐ ลงทุนต่ำ คืนทุนเร็ว
๐ เป็นสินทรัพย์ ขายต่อ หรือปรับไปทำอย่างอื่นได้
๐ ทำธุรกิจต้องรู้จักตัวเอง และมีพันธมิตร





