วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตั้งสถาบันวิจัยธุรกิจประกันเล็งขึ้นเบี้ยปิดช่องนักเคลม

สมาคมประกันวินาศภัย ควบ 2 หน่วยงาน ผุดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาธุรกิจประกันวินาศภัยเริ่มม.ค.ปี 2560 ล้อไปกับอินชัวรันส์บูโร

  สร้างฐานข้อมูลรู้ต้นทุนและปั้นเบี้ยเป็นธรรมพร้อมวางมาตรการลงโทษคนชอบเคลม  เตรียมแชร์ข้อมูลรายตัว จ่อปรับขึ้นเบี้ย หลังความเสียหายรถพุ่ง 64% อันตราย

นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯเตรียมจัดตั้งสถาบันเพื่อการวิจัยและพัฒนาธุรกิจประกันวินาศภัย โดยรวม 2 หน่วยงาน ระหว่างบริษัท ไทยอินชัวเรอส์ ดาต้าเนท จำกัด (TID) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการให้บริการข้อมูล สถิติประกันภัยรถยนต์ และธุรกิจ ประกันวินาศภัย กับสำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย (IPRB) เข้าด้วยกันคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเดือนม.ค.ปี 2560

ทั้งนี้สถาบันฯ ดังกล่าว จะเป็นลักษณะองค์กรอิสระ ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลประกันวินาศภัยทุกประเภท เพื่อสร้างฐานข้อมูลเนื่องจากภาคธุรกิจประกันภัยต้องมีข้อมูลที่เพียงพอ เพื่อคำนวณหาต้นทุนทางธุรกิจถูกต้องแม่นยำ อัตราเบี้ยประกันภัยที่เป็นธรรม และค่าสินไหมทดแทนที่สะท้อนความเสียหายแท้จริงสอดคล้องกับสถานการณ์ทางธุรกิจและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

เขายังกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวจะสอดรับกับการจัดทำฐานข้อมูลกลางในธุรกิจประกันภัยทั้งระบบหรืออินชัวรันส์บูโร ซึ่งสมาคมฯทำร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มาได้ประมาณ 1 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมฐานข้อมูลที่นอกเหนือจากฐานข้อมูลการประกันภัยรถยนต์ และล่าสุด ได้ขยายไปถึงการประกันภัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยทรัพย์สิน ประกันภัยทางทะเล เป็นต้น

นายอานนท์ กล่าวต่อว่า สถาบันฯ จะทำหน้าที่สำคัญในการรวบรวมข้อมูลและแชร์ข้อมูลกลุ่มคนที่มีประวัติอัตราเคลมสินไหมประกันภัยสูง 200-300% และย้ายค่ายเปลี่ยนประกันรถบ่อยๆ แถมได้ลดค่าเบี้ย โดยสมาคมฯ ได้วางมาตรการลงโทษ คนขับรถที่มีประวัติการเคลมสูง ให้เข้าถึงประกันยากขึ้นและต้องถูกปรับราคาเบี้ยให้แพงขึ้น เพราะต้องการให้คนขับประวัติดียิ่งได้ลดเบี้ยถูกมากขึ้น

“ที่ผ่านมาสมาคมฯ พบว่า ปัจจุบันผู้ที่เข้ามาเคลมสูงมีคนกลุ่มนี้สัดส่วนประมาณ 20% ของตลาดประกันภัยรถ และยังมีกลุ่มคนที่จัดฉากหลอกเคลมประกัน เช่น เข้านอนโรงพยาบาลหลายแห่ง ทำให้ปัจจุบันค่าความเสียหายประกันภัยรถยนต์ทั้งระบบสูงถึง 64% เริ่มอันตรายแล้ว ในขณะที่การแข่งขันเบี้ยยังรุนแรงในกลุ่มบริษัทไซส์เล็ก ทำให้ภาพรวมเบี้ยประกันรถเติบโตแค่ 1% ถือว่าน้อยมาก เพราะประกันรถมีสัดส่วนถึง 60% ของตลาดรวม จึงส่งผลกระทบอย่างแน่นอน”นายอานนท์กล่าว