"อินเตอร์ลิ้งค์ฯ"เริ่มซื้อขายในตลาดเอ็มเอไอ14 ก.ย.

"อินเตอร์ลิ้งค์ฯ"เริ่มซื้อขายในตลาดเอ็มเอไอ14 ก.ย.

"อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม" พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดเอ็มเอไอ 14 ก.ย. นี้ โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอ 2,600 ล้าน

นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม (ITEL) บริษัทย่อยของ บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ILINK) ซึ่งจะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มเทคโนโลยี ในวันที่ 14 ก.ย.2559 

อินเตอร์บิ้งค์ เทเลคอม ประกอบธุรกิจให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสง (fiber optic network) ครอบคลุมพื้นที่ 75 จังหวัดทั่วประเทศ และให้บริการเชื่อมต่อไปยังพันธมิตรในแถบอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม พม่า และลาว นอกจากนี้ ยังมีบริการติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคม และให้บริการพื้นที่ Data Center แก่องค์กรต่างๆ ด้วย

ทั้งนี้บริษัทมีทุนชำระแล้ว 500 ล้านบาท พาร์  1.00 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 300 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 200 ล้านหุ้น แบ่งเสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิมของ ILINK ตามสัดส่วน (Pre-Emptive Right) ไม่เกิน 60 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 31 ส.ค.-2 ก.ย.2559 และเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) 140 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 7-9 ก.ย.ที่ผ่านมา ในราคาหุ้นละ 5.20 บาท มูลค่าการระดมทุนรวม 1,040 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอ 2,600 ล้านบาท มีบล.ฟินันเซีย ไซรัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย 

นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม กล่าวว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า ด้วยการให้บริการโครงข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง และตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ บริษัทพัฒนาปรับปรุงและขยายประสิทธิภาพของโครงข่ายต่อเนื่อง 

การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนครั้งนี้ ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และสร้างฐานทุนที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ปรับปรุงและขยายประสิทธิภาพของโครงข่าย ลงทุนในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อสร้างศูนย์ Data Center ชำระคืนเงินกู้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

บริษัทมีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลังไอพีโอ ได้แก่ กลุ่มอนันตรัมพร ถือหุ้น 66.31% กลุ่มงามอภิชน ถือหุ้น 2.80% และกลุ่มศักดิ์ชัยเจริญกุล ถือหุ้น 1.71% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 49.83 เท่า คำนวณจากผลกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสที่ผ่านมา (1 ก.ค.2558-30 มิ.ย.2559) ซึ่งเท่ากับ 52.18 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.10 บาท 

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนด