วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บัวหลวงชู ‘นวัตกรรม’ ขยายฐานนักลงทุนใหม่

ท่ามกลาง "การแข่งขัน"ในอุตสาหกรรมบริษัทหลักทรัพย์ที่ยังรุนแรง บล.บัวหลวง ชูนวัตกรรมช่วยลูกค้าลงทุน เพื่อสร้างฐานนักลงทุนหน้าใหม่

ภาพของตลาดหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยเฉพาะมูลค่าการซื้อขายที่อยู่ในระดับที่ดี แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังมีหนักหน่วง บรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ธุรกิจหลักทรัพย์ยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง แม้ต้นปีภาวะตลาดหุ้นไม่ดีนัก ทำให้มูลค่าการซื้อขายลดลงไปบ้าง ลูกค้าชะลอการเปิดบัญชีลดลง

แต่สถานการณ์การเปิดบัญชีเริ่มดีขึ้นแล้วจากต้นปีที่เปิดบัญชีเฉลี่ยเดือนละ 2,000 บัญชี ในระยะหลังเห็น 3.5 พันบัญชีต่อเดือน โดยกลุ่มคนวัยเริ่มต้นทำงานเริ่มเข้าตลาดหุ้นมากขึ้น ซึ่งเป้าหมายการเปิดบัญชีเราตั้งไว้ที่ 4 หมื่นบัญชี โดยในครึ่งปีแรก อยู่ที่ 2.3 หมื่นบัญชี ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งในแง่ของมูลค่าการซื้อขายเราประเมินเพียงแค่ 3.8 - 4 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ก็ถือว่าน่าพอใจในแผนงานของเรา แต่ระดับการซื้อขายที่ 5 หมื่นล้านบาทนั้นเราถือว่าเป็นโชคดี

แม้มูลค่าการซื้อขายจะสูงมากขึ้นแต่ยังมีการแข่งขันราคาอย่างรุนแรงเช่นเดิม สุดท้ายลูกค้าจะเป็นคนเลือกว่าต้องการอะไร ซึ่งบล.บัวหลวงไม่เล่นเรื่องราคา ไม่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม แต่เน้นการสอนให้นักลงทุนสามารถลงทุนเป็น และนวัตกรรมการลงทุน เป็นตัวช่วยให้ผู้ลงทุนรู้สึกว่าการลงทุนเป็นสิ่งที่ง่าย

“กลยุทธ์ของบริษัทจะเน้นการขยายฐานลูกค้า แต่กลยุทธ์ของคู่แข่งอาจใช้การแย่งชิงลูกค้า ผมต้องการสร้างตลาดใหม่ๆ คนในไทยต้องได้รับโอกาสการลงทุน เราเดินกันคนละแบบ ทำไมลูกค้ามีเพียงหยิบมือ คุณเลือกที่จะแย่งลูกค้าที่มีอยู่น้อยนิดหรือ ผมก็เข้าใจนะว่าเขาก็มีกลยุทธ์ของเขา สุดท้ายนักลงทุนจะเป็นคนตอบคำถามว่าจะเลือกแบบไหนที่เหมาะกับตัวนักลงทุน”

ในด้านการแข่งขันลดราคายังมีอยู่จำนวนมาก เรามองว่าการทำอาจจะไม่ยั่งยืน ความเคลื่อนไหวของอุตสหากรรมก็มีการโยกทีมเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน และมีการปิดสาขาในบาง บล.เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางที่ต้องจับตา บริษัทยอมรับว่าถูกแย่งชิงเจ้าหน้าที่การตลาดไปบ้าง แต่ยังนับว่าค่อนข้างน้อย ซึ่งโบรเกอร์ที่เป็นลูกค้าของสถานบันการเงินเป็นจุดแข็งให้พนักงานอยู่กับเรา ทั้งนี้ต่างประเทศสนใจเข้ามาทำโบรกเกอร์ในไทยมากขึ้น ด้านสภาพคล่องที่สูง ซึ่งผู้เล่นแต่ละรายก็ต้องเลือกว่าจะเล่นในตลาดไหนและนักลงทุนตอบรับหรือไม่ 

นโยบายในการทำธุรกิจบริษัทจะเน้นการใช้นวัตกรรม ไม่ใช่พึ่งเริ่มแต่เราทำมายาวนาน ช่วงแรกๆคนทั่วไปอาจงงว่าเราทำอะไร แต่ตอนนี้คนน่าจะเริ่มเข้าใจเรามากขึ้น เราต้องมีนวัตกรรมที่ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องที่ง่าย ซึ่งคู่แข่งในด้านนวัตกรรมในตลาดทุนในด้านฟินเทค ยังไม่มีจำนวนมาก อาจยังไม่ให้ความสำคัญในนี้เท่าไหร่

นวัตกรรมที่บริษัทใช้ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบแอพพลิเคชั่นช่วยนักลงทุนวิเคราะห์กราฟเทคนิค ซึ่งให้ข้อมูลกึ่งเรียลไทม์ ช่าวยทำให้ลูกค้ารู้จักการใช้กราฟเทคนิคที่ดีขึ้น ซึ่งกระแสการตอบรับจากลูกค้าดี มีลูกค้าใช้ซ้ำจำนวนมาก รวมถึงออกระบบเทรดสามารถใส่คำสั่งพิเศษ เช่น better order ทำให้นักลงทุนสามารถสั่งคำสั่งซื้อได้ดีกว่า โปรแกรมจะคำนวณมูลค่าการซื้อขายให้พื่อเลือกราคาที่ดีกว่าให้กับนักลงทุน โดยเปิดให้ลูกค้าทุกรายสามารถเข้าใช้ได้ ไม่ได้กำหนดมูลค่าการซื้อขายของลูกค้าแต่เดือนว่าเท่าใดถึงจะใช้คำสั่งได้ แต่เราขอว่าออเดอร์ต่อคำสั่งไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นบาทต่อคำสั่งซื้อขาย

ทั้งนี้ยอมรับว่าการเข้าถึงนวัตกรรมของบริษัทอาจไม่สูงมาก เพราะเน้นลูกค้าที่มีศักยภาพ โดยมีประมาณ 1-2 % ของทั้งหมด ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่เข้าใจนวัตกรรม แต่เชื่อว่าจะมีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นต้องให้ลูกค้าคุ้นเคย

ในด้านการให้บริการ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ บล.บัวหลวงยังเป็นอันดับที่ 1 ทั้งปริมาณการซื้อขาย และ ยอดการถือครองลูกค้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เป็นทางเลือกนักลงทุน โดยจะเน้นเรื่องความโปร่งใส ดีดับบลิวต้องเคลื่อนไหวตามราคาหุ้นแม่ ซึ่งตลาดดีดับบลิวยังเติบโตอย่างต่อเนื่องจากระดับ 2 % จากระดับการซื้อขายขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5 % ของมูลค่าการซื้อขาย

อย่างไรก็ตาม ภาวะตลาดหุ้นยังเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วจะสามารถรักษาระดับที่ 1,500 จุดไว้ได้ แต่เราต้องไม่ภาพการลงทุนแค่มองระยะสั้น เราต้องมองภาพระยะยาว ตอนนี้นักลงทุนเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุนกระจายความเสี่ยงมากขึ้น นักลงทุนเริ่มมีอายุน้อยลง และเริ่มมองเห็นประโยชน์ของการลงทุน ซึ่งบล.บัวหลวงส่งเสริมในด้านความรู้เสมอ ซึ่งการลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราต้องช่วยกันเปลี่ยนแนวคิดนักลงทุนให้มองภาพการลงทุนระยะยาว