วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ช.การช่างตุน 'บีอีเอ็ม' ดักหน้าปันผลครึ่งปี

กลุ่ม "ช.การช่าง" ทยอยเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นบีอีเอ็ม จนล่าสุดแตะ 30.62% จากเดิมถืออยู่ 28.16% ชูธุรกิจมีศักยภาพเติบโต

กลุ่มช.การช่างในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ได้ทยอยเพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นบีอีเอ็ม  ล่าสุดจากแบบรายงานการได้มาและจำหน่ายหลักทรัพย์(246-2) พบว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2559 ช.การช่างได้ซื้อหุ้นบีอีเอ็มเข้าพอร์ตเพิ่ม โดยจำนวนหลักทรัพย์ที่ได้มาคิดเป็น 1.57% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการจำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น30.62% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จากเดิมที่ถืออยู่ 28.16%

สอดคล้องกับการทำรายการในกระดานซื้อขายรายใหญ่(บิ๊กล็อต) จำนวน 240 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 8 บาท มูลค่าเงินลงทุนรวม 1,920 ล้านบาท

การเข้ามาลงทุนครั้งนี้ ถ้าสังเกตุจะเห็นว่า การเข้ามาลงทุนเป็นช่วงเวลาก่อนหน้าที่บีอีเอ็ม กำลังจะขึ้นเครื่องหมายXD (สิทธิรับเงินปันผล)รอบครึ่งปีแรกของปีนี้ ในวันที่ 12ก.ย.2559 ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาทต่อหุ้น ดังนั้นสะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ของการเข้ามาทำรายการครั้งนี้

ทั้งนี้ หากนำจำนวนหุ้นที่ช.การช่างถืออยู่ในบีอีเอ็ม ล่าสุดอยู่ที่ 4.3 พันล้านหุ้นคิดเป็น 28.16% แต่เมื่อนำมารวมกับหุ้นที่ซื้อเพิ่มแล้ว 240 ล้านหุ้น หรือ1.57% มีจำนวนหุ้นรวม 4.5 พันล้านหุ้น ช.การช่างจะได้รับเงินจากการจ่ายปันผลครึ่งปีของบีอีเอ็ม ประมาณ 227 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาการลงทุนของช.การช่างที่ถือหุ้นบริษัทลูกในอีก 2 บริษัทได้แก่ บริษัททีทีดับบลิว(TTW) และบริษัทซีเค พาวเวอร์(CKP)ยังจะไดรับเงินปันผลอีก โดยทีทีดับบลิว ประกาศจ่ายเงินปันผลอัตราหุ้นละ 0.30 บาทต่อหุ้น ถือหุ้น 774.07 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 232 ล้านบาท ขณะที่บริษัทซีเคพี ยังไม่ประกาศจ่ายเงินปันผลรอบนี้

แหล่งข่าวบริษัทช.การช่าง ให้ความเห็นว่า กรณีบริษัทเข้ามาลงทุนเพิ่มหุ้นบีอีเอ็ม เนื่องจากเชื่อว่าเป็นหุ้นที่มีศักยภาพดี และมีโอกาสเติบโต ขณะเดียวกันต้องการรักษาสัดส่วนการถือครองหุ้นไว้โดยการเป็นผู้ถือหุ้นหลัก ส่วนการถือครองหุ้นในสัดส่วน30%นั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติ รวมถึงไม่แตะเกณฑ์ที่จะต้องรายงานข้อมูลต่อสำนักงานก.ล.ต.เพิ่มเติม เนื่องที่ผ่านมาในส่วนของบริษัท ช.การช่าง ถือครองหุ้นบีอีเอ็มเกินกว่าระดับ 25%

“การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นก็เพราะมองว่าเป็นหุ้นที่มีโอกาสเติบโต และสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดีในอนาคต”

หากพิจารณาความเห็นของนักวิเคราะห์แนะนำให้ลงทุนหุ้นบีอีเอ็ม แม้ว่าจะมีบางรายที่มีการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ลง เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารต่ำกว่าคาด

บล.กรุงศรี ระบุว่าได้ปรับลดประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปีนี้ลง 6% จากจำนวนผู้โดยสารที่ต่ำกว่าคาด แต่ยังคงประมาณการกำไรปีหน้า เอาไว้เท่าเดิม เพราะการสถานีเตาปูน-บางซื่อไตรมาส1/2561จะช่วยให้จำนวนผู้โดยสารสายสีม่วงเพิ่มขึ้น ซึ่งประเมินว่าปี 2561จะเป็นอีกหนึ่งปีทองโดยคาดว่ากำไรจะโตถึง 54%

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ เชื่อว่า การที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงต่ำเป้า ไม่กระทบกับบีอีเอ็ม เพราะการรับจ้างบริหารเดินรถเป็นแบบว่าจ้างบริหารเดินรถ โดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงเป็นปฐมบทของรถไฟฟ้าที่อยู่นอกเมือง ดังนั้นการที่ช่วงแรกผู้โดยสารไม่เข้าเป้า อาจทำให้มีความกังวลต่อรถไฟฟ้าสายสีต่างๆที่จะเกิดขั้นต่อไปในอนาคต