สรุปสภาวะตลาดสหรัฐ ฯ และยุโรป (31ส.ค. – 7 ก.ย. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปยังมีความผันผวนในวงแคบ DJIA +0.68% DAX +1.51%, CAC ฝรั่งเศส +2.69% และ FTSE +0.96% โดยปัจจัยหลักมาจากการประกาศตัวเลขการจ้างงานภาคนอกภาคการเกษตรของสหรัฐในคืนวันศุกร์ที่ 2 กันยายน ซึ่งภายหลังการประกาศตัวเลขออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้ อีกทั้งยังได้ปัจจัยบวกเข้ามาหนุนจากโอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่น้อยลงจึงทำให้ตลาดมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (31ส.ค. – 7 ก.ย. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวเพิ่มขึ้น +0.21% เป็นการแกว่งตัวในกรอบแคบที่ยาวนานกว่า 3 สัปดาห์ เนื่องจากขาดปัจจัยบวกมารองรับ ถึงแม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรวันศุกร์ที่ 2 กันยายนจะออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้แต่นักลงทุนยังคงเฝ้ารอตัวเลข GDP ของประเทศญี่ปุ่นและการประชุมของ ECB เพื่อกำหนดทิศทางในอนาคต
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (31 ส.ค. – 8 ก.ย. 2559)
SET INDEX ปรับตัวลงไปที่ระดับ 1,455.38 จุด ปรับตัวลดลง -93.06 จุด -5.64% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้และโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED ลดลง แต่ตลาดหุ้นไทยได้เกิดแรงขายจากปัจจัยทางเทคนิคจากรูปแบบแท่งเทียน “Island Gap Reversal” จึงทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับฐานอย่างรุนแรงสวนทางภาพรวมตลาดโลก
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (8 - 15 ก.ย.)
MBKET ลดน้ำหนักการลงทุนลงมาเป็น “กลาง” ครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ จาก “กลางถึงบวก” หลัง SET INDEX เกิดการปรับฐานลงแรงและหลุดแนว 1,500 จุด แม้ว่าจะไม่มีปัจจัยลบเข้ามากดดันการลงทุนก็ตาม โอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. ลงมาเหลือเพียง 22% ล่าสุด แต่กองทุนในประเทศ และพอร์ตโบรกเกอร์กลับเลือกขายทำกำไร Lock-In Profit ก่อนปิดงวด 3Q59 อีกทั้ง Upside ในช่วงสั้นก็เป็นไปอย่างจำกัดเช่นกัน ทำให้ในช่วงสั้นความผันผวนของกตลาดกลับมาสูงอีกครั้ง เราประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX สัปดาห์หน้าระหว่าง 1,450-1,500 จุด
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การลงทุนระยะกลาง 2-3 เดือน เรากลับมองว่าเป็นโอกาสของการเข้าสะสมหุ้นเป้าหมาย รวมถึงการทยอยซื้อ LTF ด้วยเช่นกัน เนื่องด้วย
• โอกาสที่การประชุม ECB วันที่ 8 ก.ย.นี้จะส่งสัญญาณเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้มีความเป็นไปได้สูง หลังกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อในเยอรมัน และอียูโดยรวมอ่อนแอลงต่อเนื่อง
• BoJ อาจสร้างความประหลาดใจเชิงบวก ด้วยการเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมวันที่ 21 ก.ย.นี้ หลังภาพรวมเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อภาวะเงินฝืดต่อเนื่อง
• การปรับดัชนี FTSE รอบไตรมาสครั้งนี้ ซึ่งจะมีผล ณ ราคาปิดวันที่ 16 ก.ย. คาดว่าจะมีเม็ดเงินทุนต่างชาติในการปรับพอร์ตหุ้นรอบนี้ระดับหมื่นล้านบาท ซึ่งน่าจะช่วยให้ Sentiment ในช่วงใกล้ๆ วันดังกล่าวจะกลับมาฟื้นตัวได้
• โอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย.ลดน้อยลง ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะกลับมาตัดสินใจอีกครั้งในการประชุมนัดสุดท้ายของปีในเดือนธ.ค.แทน เพราะเฟดน่าจะต้องการรอดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนพ.ย.
ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า
1. ติดตามการประชุม ECB วันที่ 8 ก.ย. ตลาดคาด ECB จะขยายอายุโครงการ QE ออกไปอีก 6 เดือน เป็นสิ้นสุดเดือนก.ย. 2560
2. การประชุมกนง. วันที่ 14 ก.ย. เราคาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ย RP1 วันที่ 1.50% หลังสัญญาณฟื้นตัวทางเศรษฐกิจดีขึ้นเป็นลำดับ
3. ติดตามการประชุม BoE วันที่ 15 ก.ย. ตลาดคาดว่า BoE จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% หลังเพิ่มมาตรการไปในการประชุมครั้งก่อนหน้าแล้ว
4. ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตฯ ของจีน / คำสั่งซื้อเครื่องจักร ของ ญี่ปุ่น / ผลผลิตภาคอุตฯ และภาวะการจ้างงานของอียู / ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย







