ฉัตรชัย เล็งขอ4.15หมื่นล้านบาท หนุนเกษตรกรชะลอขายข้าวช่วงกระจุกตัว เก็บในยุ้งฉาง ข้าวมะลิ ข้าวเหนียวตันละ 11,700 บาท ได้ค่าฝากตันละ 1,500บาท
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ โรงสี ผู้ส่งออก เพื่อบริหารจัดการข้าวครบวงจร ว่า รัฐบาลกังวลว่าผลผลิตข้าวในช่วงพ.ย.-ธ.ค.2559 จะออกมากระจุกตัวและฉุดราคาข้าวให้ตกต่ำ จึงกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ 17 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด
โดยจะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว( นบข.)ในวันที่ 14 ก.ย.และเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ความเห็นชอบก่อนฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่จะมาถึงอีกไม่เกิน 2 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดรวม 24 ล้านตันข้าวเปลือก ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในช่วงเดือน พ.ย.
“ที่ประชุมเสนอใช้มาตรการดูดซับผลผลิตออกจากตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์เกษตร(ธ.ก.ส.) สนับสนุนให้เก็บในยุ้งฉาง ของเกษตรกรเอง สหกรณ์ หรือยุ้งฉางของเอกชน โดยรัฐบาลจะจ่ายค่าฝากให้ เพื่อรักษาระดับราคาข้าวไม่ให้ตกต่ำ” พล.อ. ฉัตรชัย กล่าว
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่าตามแผน การปลูกข้า ใน 54.8 ล้านไร่ ขณะนี้ปลุกไปแล้ว 54.47 ล้านไร่ เป็นข้าวหอมมะลิ 26.9 ล้านไร่จากแผน 25.8 ล้านไร่ ข้าวขาว 11.65ล้านไร่จากแผน 13.5 ล้านไร่ และข้าวเหนียว 14.01 ล้านไร่ จากแผน 14 ล้านไร่ คาดว่าจะออกสู่ตลาดมากที่สุดช่วงเดือน พ.ย. 13 ล้านตันข้าวเปลือก และธ.ค. 6 ล้านตันข้าวเปลือก
ดังนั้นการแก้ไขปัญหารัฐบาลจะผลักดัน 17 มาตรการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2559/60 วงเงินประมาณ 102,784.95 ล้านบาท แบ่งเป็นช่วงการช่วยเหลือก่อนการเพาะปลูก การช่วยเหลือขณะเพาะปลูกและหลังการเพาะปลูกที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมๆกัน ซึ่งหลายโครงการเป็นโครงการเก่าของกระทรวงพาณิชย์ แต่เพื่อช่วยพยุงราคาข้าวไม่ให้ตกต่ำในช่วงผลผลิตกระจุกตัว รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ จะเสนอ นบข.เพื่อดำเนินโครงการดูดซับผลผลิตช่วงออกสู่ฤดูกาล ภายในวงเงิน 41,566.21 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อ 36,241.74 ล้านบาท และงบประมาณในการอุดหนุนโครงการ 5,324.47 ล้านบาท
ทั้งนี้ในที่ประชุม พล.อ.ฉัตรชัย แสดงความกังวลในเรื่องของผลผลิตจะออกสู่ตลาดพร้อมกัน ที่จะเป็นผลให้ราคาข้าวปลายปีให้ตกต่ำ ที่ประชุมจึงมีเป้าหมายเน้นในมาตรการดูดซับผลผลิตให้ออกจากระบบเพื่อไม่ให้กระทบราคาข้าว ซึ่งเบื้องต้นที่ประชุมจะนำเสนอ นบข.ใน 3 มาตรการคือ 1.สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกโดยธ.ก.ส.เป้าหมาย 2 ล้านตันระยะเวลาโครงการ พ.ย.559-30ธ.ค.2560 เพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกในช่วงออกสู่ตลาดมากโดยให้เก็บเข้าสู่ยุ้งฉางเกษตรกรและสหกรณ์ วงเงินสินเชื่อข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียวตันละ 11,700 บาท และได้ค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท วงเงินสินเชื่อรวม 23,734 ล้านบาท วงเงินงบประมาณ 3,978.22 ล้านบาท
2.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวเพื่อการเก็บสต็อก เป้าหมาย 8 ล้านตัน ระยะเวลาโครงการ ต.ค.2559-30ก.ย.2560 ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการในการเก็บสต็อกอัตราดอกเบี้ย 3%รับซื้อระหว่าง 1 พ.ย.2559-31 มี.ค.2560 เก็บสต็อกเป็นระยะเวลา 2-6 เดือนวงเงินงบประมาณ 940 ล้านบาท และ 3.สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดย ธ.ก.ส.เป้าหมาย 2.5 ล้านตัน ระยะเวลาโครงการ ต.ค.2559-30ก.ย.2560 โดยให้สินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อรับซื้อแปรสภาพโดยการชดเชยดอกเบี้ย ในอัตรา 3%ไม่เกิน 12 เดือนวงเงินสินเชื่อ 12,500 ล้านบาท วงเงินงบประมาณอุดหนุนดอกเบี้ย 406.25 ล้านบาท
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังจะมีการจัดตลาดนัดข้าวเปลือกภายใต้วงเงินงบประมาณ 7.74 ล้านบาท จัดขึ้นใน 52 จังหวัดแหล่งผลิตข้าว รวมทั้งสิ้น 125 ครั้ง ระยะเวลาดำเนินการ ต.ค.2559-ก.ย.2560 การจัดตลาดนัดข้าวเปลือกในครั้งนี้เพื่อใช้กลไกตลาดรับซื้อข้าวเปลือก เพื่อให้เกิดการแข่งขันในเรื่องของราคา และอำนาจในการต่อรองให้ชาวนา







