วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไฟเขียวเพิ่มเงิน3พันล้านชดเชยผลกระทบเสียงสนามบินภูเก็ต

ครม.ไฟเขียว ทอท.ขยายกรอบวงเงิน 3 พันล้านชดเชยผลกระทบทางเสียง หลังขยายศักยภาพท่าอากาศยานภูเก็ตกระทบประชาชน 1.4 พันอาคาร

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ครม.มีมติเห็นชอบอนุมัติกรอบวงเงินเพื่อชดเชยผลกระทบด้านเสียงของโครงการขยายศักยภาพท่าอากาศยานภูเก็ต บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. ภายหลังมีการปรับปรุงขยายท่าอากาศยานและพบว่ามีประชาชนได้รับความเดือดร้อนผลกระทบทางเสียง โดยมติได้มีการอนุมัติกรอบวงเงินจำนวน 3,069 ล้านบาท จากเดิมที่จัดสรรงบประมาณในการลงทุน 5,791 ล้านบาท รวมเป็น 8,861 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี จากการลงพื้นที่ประเมินผลกระทบทางเสียง พบว่ามีประชาชนที่อาศัยอยู่ในแนวเส้นเสียงที่ได้รับผลกระทบรวม 1,671 อาคาร แต่ในจำนวนนี้มีอาคารที่เป็นของหน่วยงานราชการประมาณ 200 กว่าแห่ง จึงเหลือที่ต้องชดเชยจริงประมาณ 1,470 อาคาร ขณะที่ความคืบหน้าของการขยายศักยภาพท่าอากาศยานภูเก็ต ปัจจุบันการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้วันที่ 16 ก.ย.นี้ เพื่อขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นเป็น 12.5 ล้านคนต่อปี จากเดิมที่รองรับได้ 6.5 ล้านคนต่อปี

“ที่ผ่านมาท่าอากาศยานภูเก็ตได้มีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่ และการก่อสร้างอาคารชั่วคราวเพื่อรองรับผู้โดยสารที่ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นถึงแม้จะยังไม่มีการขยายรันเวย์เพิ่ม แต่ก็จะมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านเสียงเพิ่มขึ้นจึงต้องมีการพิจารณาชดเชยให้”

นอกจากนี้ ที่จะชุม ครม.ยังมีมติอนุมัติผลการเจราการบินระหว่างไทย - กัมพูชา เมื่อวันที่ 18- 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ในเรื่องของสิทธิความถี่ของการให้บริการ จากเดิมกำหนดความจุความถี่ไม่เกิน 5,300 ที่นั่งต่อสัปดาห์ปรับเปลี่ยนใหม่เป็นไม่จำกัดทั้งไทยและกัมพูชาสามารถให้บริการกี่ที่นั่งก็ได้ ขณะเดียวกันยังกำหนดเรื่องจุดพ้นของเที่ยวบิน โดยเห็นชอบให้สามารถบินต่อไปได้อีก 2 จุดไม่จำกัดว่าจะเป็นจุดไหน เช่น บินจากไทยไปพนมเปญแล้วสามารถบินต่อไปไหนก็ได้รวม 2 จุดหมายปลายทาง ซึ่งในส่วนของไทยยังไม่ได้เลือกจุดหมาย ขณะที่กัมพูชา 1 จุด คือ จากกัมพูชามาไทยและต่อไปยังเกาหลี

“มติดังกล่าวจะครอบคลุมถึงเรื่องการเช่า และให้เช่าอากาศยาน พร้อมลูกเรือ รวมทั้งการทำการบินร่วม (โค้ดแชร์) และการเช่าเหมาลำระหว่างกันก็จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาไทยบินไปยังกัมพูชา 108 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวม 18,312 ที่นั่ง ซึ่งเกินจากข้อตกลงเดิมแล้ว ขณะที่กัมพูชาบินเข้าไทย 7 เที่ยวบิน รวม 1,288 ที่นั่งต่อสัปดาห์ยังไม่ถึงข้อตกลงเดิม แต่การเปิดแบบไม่จำกัดจะช่วยส่งเสริมเรื่องของการท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศด้วย”