วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บล.เคทีบี คาดวันนี้ตลาดหุ้นยังเผชิญแรงขายต่อ

โบรกเกอร์ คาดหุ้นไทยวันนี้เผชิญแรงขายต่อ แม้ปัจจัยภายนอกยังเป็นบวกต่อหุ้นไทย

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า แรงขายน่าจะยังมีอยู่ในตลาด แม้ปัจจัยภายนอกจะดูเป็นบวกเล็กน้อยต่อตลาดก็ตาม ดัชนีมีโอกาสที่จะผันผวนตลอดทั้งวันอาจปิดบวกหรือลบ ได้ทั้งสองทาง โดยปัจจัยที่จะมีผลต่อตลาดในระหว่างวัน คือ ทิศทางราคาน้ำมัน และผลการประชุม ครม. แต่คาดจะไม่มีวาระสำคัญ

โดยปัจจัยในประเทศหลักๆ จะเป็นความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อข่าวในเชิงลบ กอรปกับการชิงขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากที่เฟดอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย และเป็นปกติของตลาดที่ช่วงนี้ นักลงทุนมักชะลอการลงทุนเมื่อผ่านฤดูกาลของการส่งงบฯ และขึ้นเครื่องหมาย “XD” ไปแล้ว

"จากแรงขายที่เข้ามาแรงอย่างผิดคาดและยังมีแนวโน้มที่จะขายต่อจึงเกิดความไม่แน่นอนต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย บล.เคทีบี ยังแนะนำให้ลดพอร์ตในหุ้นขนาดใหญ่ ที่ขาดปัจจัยบวกคอยหนุนไว้ และปรับกรอบเวลาการลงทุนเป็นเล่นสั้นๆ มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,481-1,510 จุด”

ส่วนตลาดต่างประเทศ คืนที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการเนื่องในวันแรงงาน ทำให้ตลาดอื่นๆ ดูไม่คึกคักเท่าใดนักเพราะราคาสินทรัพย์ทางการเงินส่วนใหญ่อ้างอิงกับตลาดสหรัฐ แต่ผลพวงจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาด อาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดออกไป จึงยังเป็นบวกต่อตลาดหุ้นอื่นๆ โดยเฉพาะตลาดเอเชียแต่ก็คาดว่าจะมีผลมาถึงตลาดในวันนี้ไม่มากนัก

ขณะที่ราคาน้ำมัน ถูกหนุนด้วยข้อตกลงระหว่างรัสเซีย-ซาอุดิอาระเบีย กำลังการผลิตรวมกันประมาณ 20% ของโลก ที่จะร่วมมือกันในการรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันหรืออีกนัยหนึ่ง คือเป็นแกนนำในการประชุมครั้งที่จะถึงนี้ แม้จะไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน แต่จะทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น หลังผิดหวังต่อการประชุมเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

ขณะที่บล.เอเชียเวลท์ ระบุว่า ตัวเลขว่าจ้างงานไม่ได้ปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. คาดหุ้นไทบปรับตัวขึ้นวันนี้ตามหุ้นสหรัฐ และตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ที่ปิดบวก หลังจากตัวเลขการว่าจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ออกมาต่ำกว่าคาดทำให้นักลงทุนลดความน่าจะเป็นของการที่ Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในเดือน ก.ย.ลง อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นของตลาดจะน่าถูกจำกัดโดยการที่เจ้าหน้าที่ Fed ยังคงคำพูดที่จะปรับดอกเบี้ยขึ้น และตลาดอัตราแลกเปลี่ยนก็ยังคงโอกาสของการขึ้นดอกเบี้ยอยู่ แม้ในเดือน ก.ย. ก็ตามโดยการที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเช้านี้และเมื่อวันศุกร์ นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนตั๋วเงินคลังสหรัฐระยะยาวก็ปรับสูงขึ้นในขณะที่ระยะสั้นคงที่ ปัจจัยภายในประเทศส่วนใหญ่เป็นลบไม่ว่าจะเป็นภาษีอสังหาริมทรัพย์จากการขายที่ดินใกล้โครงการโครงสร้างพื้นฐาน และกระทรวงพาณิชย์ปรับเป้าส่งออกลง ปัจจัยบวกมีแต่รัฐบาลย้ำสนับสนุนการทำเหมืองโปแตซในไทย