วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยตื่นข่าวลือ ปรับฐานครั้งใหม่รอบ8เดือน

ตลาดหุ้นไทยตื่นข่าวลือ - ปรับฐานครั้งใหม่รอบ 8 เดือน นักวิเคราะห์เตือนนักลงทุนระมัดระวัง ผันผวนช่วงสั้น มั่นใจพื้นฐานยังแข็งแกร่ง

ตลาดหุ้นไทยวานนี้ (5ก.ย.)ร่วงหนักในช่วงเช้า ก่อนปิดตลาดที่ 1,492.52 ลดลง 28.96 จุด หรือลดลง 1.90% สวนทางตลาดหุ้นโลกที่ฟื้นตัวจากแนวโน้มโอกาสน้อยลงที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย.นี้

นักวิเคราะห์ระบุว่าการปรับลงอย่างหนักของตลาดหุ้นไทยวานนี้ มาจากการปรับฐานรอบใหม่ หลังจากขึ้นไทยขึ้นมาต่อเนื่องในรอบหลายเดือน โดยเป็นการปรับฐานครั้งแรกในรอบ 8 เดือน ซึ่งเป็นจังหวะมีข่าวลือในตลาด ขณะเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะประชุมในวันที่ 20 ก.ย.นี้เพื่อพิจารณานโยบายดอกเบี้ย

การซื้อขายในช่วงเช้า เกิดแรงตื่นตระหนก หรือแพนิคเซลล์ กดหุ้นไทยดิ่งตัวทันทีหลุดระดับแนวรับ 1,480 จุด อ่อนไปแตะระดับ 1,477.28 จุด หรือลดลง 44.20 จุด ก่อนกระเตื้องขึ้นมาปิดครึ่งวันเช้าที่ระดับ 1,500.97 จุด ลดลง 20.51 จุด และปิดตลาดที่ 1,492.52 ลดล 28.96 จุด หรือลดลง 1.90% โดยมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 83,879.90 ล้านบาท

การซื้อขายจำแนกตามกลุ่มนักลงทุน นักลงทุนสถาบันยังคงขายสุทธิ 2,372.78 ล้านบาท ผสมโรงกับโบรกเกอร์ที่ขายสุทธิ 768.16 ล้านบาท ส่วนต่างชาติกลับสวนซื้อ 2,495.05 ล้านบาท ขณะนักลงทุนทั่วไปซื้อเบาบาง 645.90 ล้านบาท

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา (1 ม.ค. - 5 ก.ย.) นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 118,223.69 ล้านบาท

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยวานนี้ (5ก.ย.) ที่เจอแรงขายอย่างหนักในช่วงเช้า อาจเกิดจากกระแสข่าวลือในประเทศ ทำให้เกิดความกังวล และเทขายหุ้นออก จึงต้องการให้นักลงทุนพิจารณาข้อมูลก่อนตัดสินใจว่า กระแสข่าวต่างๆ กระทบกับผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนหรือไม่

“นักลงทุนต้องพิจารณาว่า ข่าวลือเรื่องดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ และกระทบกับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนหรือไม่ ซึ่งมองว่า ผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนในระยะยาวยังมีทิศทางที่ดี”

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนช่วงที่ผ่านมา เปิดเผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ซึ่งจากการประกาศการปันผลระหว่างการมี 120-150 บริษัท ปันผลระหว่างการต่อเนื่องและปันผลในอัตราที่สูง ซึ่งการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในระยะกลางถึงระยะยาว ยังมีทิศทางที่ดี เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดี

“การซื้อขายของนักลงทุนสถาบัน ส่วนตัวไม่สามารถบอกได้ว่า แต่ละกองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนอย่างไร บางกองทุนอาจขายหุ้นออกมาได้ เพราะที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสูงมาก ดังนั้นการขายเพื่อล็อคกำไรก็ทำได้ และไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่กรณีของบลจ.บัวหลวง ได้สอบถามไปยังห้องซื้อขายว่า ดำเนินการอย่างไรหรือไม่ ซึ่งในบลจ.บัวหลวง ได้เข้าไปซื้อหุ้นที่น่าสนใจและราคาลงมาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งบลจ.บัวหลวงมองภาพการลงทุนระยะยาวเป็นหลัก”

ชี้ปรับฐานครั้งแรกรอบ 8 เดือน

นายพรเทพ ชูพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ไทยพาณิชย์ มองว่าหุ้นไทยถูกเทขายอย่างหนัก เกิดจากการเทขายเพื่อปรับฐานหลังตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 8 เดือนติดต่อกัน โดยการปรับฐานที่เกิดขึ้นในรอบนี้ เป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือนหลังดัชนีหุ้นไทยไม่สามารถผ่าน 1,550 จุดได้

ตลาดหุ้นไทยปัจจุบันมูลค่าแพงกว่าในอดีตถึง 2 ระดับ ทำให้การปรับฐานรอบนี้ อาจปรับตัวลดลงในระดับ 7% หรือประมาณ 100 จุด จึงแนะนำนักลงทุนระยะนี้ ให้ลดพอร์ตลงทุน และเว้นการลงทุน เพื่อรอดูสถานการณ์ให้มีทิศทางที่ดีขึ้นก่อนเข้าลงทุนอีกครั้ง

หุ้นดิ่งเหตุปรับฐานรอบใหม่

ขณะที่ นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทยช่วงก่อนหน้านี้ ยังเป็นจังหวะที่ตลาดหุ้นไทยปรับฐานรอบใหม่ จากก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาใกล้มุมมองดัชนีตลาดสิ้นปีนี้คาดไว้ที่ 1,560 -1,570จุด แต่ยังไม่สามารถผ่านไปได้ จึงเกิดการเทขายปรับฐานให้แข็งแรงเพื่อที่ไปต่อ

“ทั้งนี้ การปรับฐานยังเป็นช่วงระยะสั้น 1-2 เดือนข้างหน้านี้เท่านั้น เพราะพื้นฐานตลาดหุ้นไทยยังแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค ยังมีโอกาสไปต่อไป จึงยังคงมุมมองดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้ยังอยู่ระดับ1,560-1,570 จุดได้ ยกเว้นจะมีปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลก หรือปัจจัยอื่นๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป”

ดังนั้นคำแนะนำนักลงทุนในช่วงตลาดปรับฐาน เป็นจังหวะดีในการเข้าซื้อกองทุนแอลทีเอฟ และอาร์เอ็มเอฟ รวมถึงหุ้นใหญ่ ในกลุ่มเซท 50 ที่ปรับตัวไปก่อนหน้า ได้รับผลกระทบน้อยกว่า และยังเป็นหุ้นที่มีอนาคต เช่น กลุ่มแบงก์ พลังงาน คอนซูเมอร์ หรือเกี่ยวเนื่องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ เช่นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

ตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจแม้ผันผวนระยะสั้น

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงช่วงที่ผ่านมา กองทุนไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะได้ปรับพอร์ตลงทุนในหุ้นไทย ให้สอดคล้องการสถานการณ์ต่อเนื่อง

แม้จะมีความผันผวนเข้ามากระทบตลาดหุ้นไทยบ้างก็ตาม แต่มองว่า หุ้นไทยช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ มีโอกาสขยับตัวขึ้น และยังน่าสนใจเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับตลาดในภูมิภาค ภายใต้ปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดี. ทั้งการบริโภคภาคเอกชน และความคืบหน้าในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการเมืองที่เริ่มมีเสถียร

ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ประจำเดือน ก.ย. อยู่ที่ 140.68 จุด ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 9.22 % จากเดือนก่อนที่ดัชนี 128.81 จุด โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นการทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 22 เดือน

เมื่อแยกกลุ่มนักลงทุนพบว่า นักลงทุนรายบุคคลมีความเชื่อมั่นที่ 138.68 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 18.43% ในขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศอยู่ที่ 129.41 จุด ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 4.85% และนักลงทุนต่างชาติ ความเชื่อมั่นอยู่ที่ 157.14 จุด ลดลงจากเดือนก่อน 8.34%