วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 2 กันยายน 2559

ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน จากความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบล้นตลาด

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 จากการที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลกับสถานการณ์อุปทานล้นตลาด หลังสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 26 ส.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินกว่า 2 เท่าของตัวเลขที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.92 ล้านบาร์เรล

- นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากมุมมองของนักวิเคราะห์ทางเทคนิคต่อราคาน้ำมันดิบซึ่งได้ปรับตัวลดลงมาใกล้ระดับแนวรับสำคัญบริเวณ 41.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นบริเวณที่ราคาน้ำมันได้ลงมาทดสอบในช่วงต้นเดือน ก่อนที่จะมีการฟื้นตัวไปยังจุดสูงสุดของเดือนที่ 48.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

-/+ กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานยอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 263,000 ราย ต่ำกว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 265,000 ราย นับว่าเป็นระดับที่ต่ำมากในประวัติการณ์ของตลาดแรงงานสหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานและสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐ

+ อย่างไรก็ดี นาย Haider al-Abadi นายกรัฐมนตรีอิรัก ได้ให้สัมภาษณ์ว่าประเทศอิรักซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบลำดับ 2 ในกลุ่มโอเปค พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการหารือเกี่ยวกับการตรึงกำลังการผลิตน้ำมันดิบเพื่อรักษาเสถียรภาพทางด้านราคาในการประชุม IEF ที่จะเกิดขึ้นในเดือนนี้ แม้ว่ารัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของอิรักจะเคยได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า อิรักจะมุ่งหน้าเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 4.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน

+ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงพยุงจากการที่ Genscape รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ณ จุดส่งมอบคูชชิ่ง โอกลาโฮมา สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 ส.ค. ปรับตัวลดลงประมาณ 700,000 บาร์เรล

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ในประเทศอินโดนีเซียและอินเดีย แม้ว่าอุปทานยังคงล้นตลาดจากการที่ประเทศญี่ปุ่นเพิ่มอัตราการส่งออกน้ำมัน เนื่องจากมีปริมาณน้ำมันเบนซินคงค้างจากเดือนก่อนหน้า

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศเวียดนามปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการรายงานตัวเลขการส่งออกน้ำมันดีเซลของประเทศญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคม ปรับตัวลดลงร้อยละ 5.9 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคมของปีนี้

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า

          ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 42-47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

          ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 44-49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ภาวะอุปทานน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปล้นตลาดยังคงอยู่ในระดับสูงและส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 26 ส.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 523.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 923,000 บาร์เรล

- ความไม่แน่นอนในการร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคในการประชุมปลายเดือนนี้ (26-28 ก.ย.) เพื่อหารือสถานการณ์ตลาดและมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบ มีโอกาสสูงมากขึ้นว่ากลุ่มผู้ผลิตจะไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นดังกล่าว ถึงแม้ว่าผู้ผลิตจะเข้าร่วมการประชุม แต่ยังคงไม่ได้มีมาตรการที่ชัดเจนในประเด็นดังกล่าว

- ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบเพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบต่อเนื่อง Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 26 ส.ค. อยู่ที่ 406 แท่น เพิ่มขึ้นกว่า 76 แท่นจากต้นเดือน ก.ค. ประมาณสองในสามเป็นการขุดเจาะที่เพิ่มขึ้นมาจากแหล่ง Permian


                                                             -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999