‘ดันน์ฮัมบี้’วางแผน 2 ปีลงทุน 300-400 ล้านบาท เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมสื่ออินสโตร์ใหม่กว่า 100 รูปแบบ ครอบคลุมพื้นที่เทสโก้ โลตัสทั่วประเทศ
นายธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าฝ่ายการพาณิชย์ เทสโก้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่าแม้ภาพรวมอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาส่วนใหญ่ปีนี้ยังติดลบ จากสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวสู่ภาวะปกติ แต่สื่อโฆษณาในร้านค้า(In store) ยังมีแนวโน้มขยายตัว เนื่องจากตอบโจทย์ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่นิยมซื้อสินค้าในร้านค้าและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ณ จุดขาย
จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและสื่อโฆษณาของ ดันน์ฮัมบี้ (ประเทศไทศ) ช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ พบว่าโฆษณาสื่ออินสโตร์ในเทสโก้ โลตัสทั่วประเทศกว่า 1,800 สาขา ยังเติบโต 29.8% คิดเป็นรายได้ 920 ล้านบาท ทั้งปีนี้วางเป้าหมายเติบโต 30-40% รายได้ 1,200-1,300 ล้านบาท ปี2560 คาดยังเติบโตในอัตราดังกล่าว
โดยปี 2559-2560 ใช้งบลงทุน 300-400 ล้านบาท พัฒนานวัตกรรมสื่ออินสโตร์รูปแบบใหม่ ผสานเครื่องมือทั้งสื่อออฟไลน์และออนไลน์กว่า 100 รูปแบบ ทั้งป้ายโฆษณาทั่วไปที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของเทสโก้ โลตัส , สื่ออินโนโวชั่น อินเตอร์แอ็คทีฟ, สื่อดิจิทัล และเทคโนโลยีไอบีคอน(iBeacon) โซลูชั่นที่นำเสนอข้อมูลโฆษณา โปรโมชั่น อี-คูปองส่วนลดต่างๆ ให้ลูกค้าตรงความต้องการของแต่ละราย
ทั้งนี้ เพื่อเชื่อมต่อการสื่อสารกับลูกค้าในทุกช่องทาง เริ่มตั้งแต่ที่บ้าน ระหว่างการเดินทาง ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ กระทั่งมาถึง ณ จุดขาย ตอบโจทย์การสื่อสารสินค้าและแบรนด์ ที่จะได้ผลตอบแทนกลับคืนจากลูกค้า (Return on Customer) จากการลงทุนสื่อ
นอกจากการพัฒนาสื่ออินสโตร์ในเทสโก้ โลตัส ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากลุ่มค้าปลีกรายอื่นรวมทั้งอุตสาหกรรมอื่น เพื่อพัฒนาสื่ออินสโตร์ร่วมกัน
จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านโซลูชั่นสื่อโฆษณา “คอนเน็ค มีเดีย” จากฐานข้อมูลสมาชิก “คลับการ์ด”ของเทสโก้ โลตัส 15 ล้านรายพบว่าแบรนด์ที่ไม่การสื่อสารหรือโฆษณากับผู้บริโภคนาน 9 สัปดาห์ จะเหลือลูกค้าอยู่ราว 30% และหากไม่สื่อสารกับลูกค้านาน 126 สัปดาห์ แบรนด์นั้นจะเหลือลูกค้าอยู่เพียง 5% เท่านั้น
หากสินค้าและแบรนด์สื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภค ณ จุดขาย อย่างต่อเนื่อง พบว่ายังรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้ถึง 44% สร้างฐานลูกค้าใหม่ 23% และดึงกลุ่มที่เปลี่ยนใจไปซื้อแบรนด์อื่นให้กลับมาได้ถึง 38%
“แม้ว่าลูกค้าจะมีแบรนด์สินค้าอยู่ใจ ก่อนมายังจุดขาย แต่เมื่อถูกกระตุ้นด้วยสื่อและโปรโมชั่น ณ จุดขาย ก็สามารถเปลี่ยนใจลูกค้าได้”
โดยแบรนด์ที่ทำโปรโมชั่น ณ จุดขายจะได้ลูกค้าเพิ่ม 16% แต่หากจัดโปรโมชั่นและโฆษณา จะได้ลูกค้าเพิ่ม 90% ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นราว 20-30%






