"แบงก์ชาติ"ชี้ค่าเงินบาทผันผวนต่อเนื่อง เหตุนโยบายการเงินประเทศอุตสาหกรรมหลักเปลี่ยน แนะผู้ส่งออกบริหารความเสี่ยงผ่านการใช้เงินสกุลท้องถิ่น
สถานการณ์เงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐได้กลับมาแข็งค่าอีกครั้งวานนี้ จากเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยและตลาดพันธบัตรโดยปิดตลาดที่ 34.62 บาทถือว่าเป็นระดับที่แข็งใกล้เคียงกับช่วงวานนี้ซึ่งอยู่ที่ 34.62-34.69 บาทต่อดอลลาร์
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กล่าวว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทในขณะนี้ว่า ถ้ามองเรื่องความผันผวนจะเห็นความผันผวนค่าเงินบาทอีกต่อไป เพราะหลายปัจจัยที่เกิดขึ้น มาจากด้านต่างประเทศค่อนข้างมากทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการเงินโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก แม้กระทั่งการฟื้นตัวของประเทศอุตสาหกรรมหลักที่มีผลทำให้ค่าเงินของเขาเปลี่ยนแปลงไป และ มีผลต่อค่าเงินบาทด้วย
ทั้งนี้สถานการณ์บางช่วงที่เรารู้สึกว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้น เป็นเพราะเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินทุกสกุล ฉะนั้น ค่าเงินบาทที่แข็งค่าก็ถือว่าแข็งค่าสอดคล้องกับค่าเงินทุกสกุล แต่สิ่งที่สำคัญมาก คือ นักธุรกิจจะต้องระมัดระวังและบริหารความเสี่ยงที่มาจากความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งในแง่ของ ธปท. คิดว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญมาก และได้ทำงานร่วมกับสถาบันการเงินในการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจไทยและเศรษฐกิจไทยมีศักยภาพ มีเครื่องมือ และ มีความสามารถในการรับมือของความผันผวนค่าเงินได้มากขึ้น
ยันบาทผันผวนน้อยแค่ 4% เทียบภูมิภาค
“ถ้าดูความผันผวนของค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน จะพบว่า ความผันผวนรายวันค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นในภูมิภาค ความผันผวนของค่าเงินอยู่ที่ประมาณ 4% ขณะที่ เงินริงกิตมาเลเซีย เงินวอน เกาหลี จะสูงกว่าเราเท่าตัว แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจของเขาต้องมีความสามารถบริหารจัดการความผันผวนได้ดี เพราะความผันผวนจะอยู่กับเราต่อไป ถือว่า เป็นทักษะหนึ่งที่ธุรกิจไทยและสถาบันการเงินไทยต้องมีความสามารถในการรับมือได้”
ธปท.ชี้ดูแลค่าเงินหากส่งผลเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ธปท.ยังให้ความสำคัญ คือ การส่งเสริมกฎเกณฑ์สมดุลมากขึ้นในการดูแลเงินไหลเข้าออก จะเห็นว่า ประเทศไทยเปิดเสรีในหลายมิติ ที่ส่งเสริมให้คนไทยที่จะไปลงทุนต่างประเทศ สามารถนำเงินไปลงทุนได้สะดวกมากขึ้น ก็มีหลายเรื่องที่ได้ทำ และท้ายที่สุด ถ้าเห็นว่า มีเงินไหลเข้ามาในบางช่วงเวลาจะเป็นผลเสียต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ เราก็ได้เข้าไปดูแล ผ่านเครื่องมือหลายอย่างที่เราใช้ได้ ถ้ารู้สึกว่า ความเคลื่อนไหวของเงินบาทไม่ได้สอดคล้องกับเสถียรภาพและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
“เราได้คุยกับภาคเอกชนและหลายอุตสาหกรรมตลอดเวลา จะเห็นว่า สิ่งที่เอกชนให้ความสำคัญ คือค่า เงินบาทจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงไปต่างจากประเทศคู่แข่งหรือคู่ค้าของเรา ซึ่งช่วงที่ผ่านมา จะเห็นว่า ค่าเงินบาทกับค่าเงินประเทศอื่นในภูมิภาคเคลื่อนไหวไปในทิศทางใกล้เคียงกัน”
ย้ำมีเครื่องมือพร้อมดูแลค่าเงิน
ทั้งนี้ กรอบการทำนโยบายธปท.ในการดูแลเศรษฐกิจของประเทศนั้น มีตั้งแต่กรอบนโยบายอัตราดอกเบี้ย กรอบนโยบายดูแลอัตราแลกเปลี่ยน หรือเครื่องมือการกำกับสถาบันการเงินที่จะเกิดผลเศรษฐกิจมหภาค เช่น การออกเกณฑ์ดูแลสินเชื่อบางประเภท และเครื่องมือสุดท้ายคือเครื่องมือบริหารเงินเข้าออกของประเทศที่ธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ต้องให้ความสำคัญและต้องแน่ใจว่า เราต้องมีเครื่องมือพร้อมใช้
หนุนผู้ส่งออกใช้เงินท้องถิ่นค้าขาย
สำหรับเครื่องมือที่เราแนะนำให้ผู้ส่งออก คือ การใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการชำระเงิน จะเห็นชัดเจนว่า การค้าในภูมิภาคมีสัดส่วนสูงมาก ถ้ารวมจีนไปด้วย จะมีสัดส่วนสูงมาก ธปท.ได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินส่งเสริมให้ภาคเอกชนใช้เงินสกุลท้องถิ่นมากขึ้น ไม่ว่า จะเป็นเงินหยวน และ ล่าสุดทำข้อตกลงกับเงินสกุลริงกิตของมาเลเซีย เพราะเราเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาและต่อไป คือ ปัญหาเงินสกุลหลักของโลกมีความผันผวนสูงและเมื่อเงินสกุลท้องถิ่นผันผวนในทิศทางเดียวกันก็เป็นโอกาสที่จะชักชวนผู้ประกอบการให้ใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการซื้อขายระหว่างกันมากขึ้น
“เราเห็นเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าถึง 20% เราเข้าใจ เวลาที่ผู้ส่งออกบางรายอาจทำธุรกรรมในบางสกุลเงิน แต่เราบริหารเศรษฐกิจมหภาคเราต้องดูตะกร้าที่สะท้อนเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทย”
อย่างไรก็ตามผู้ว่า ธปท. ไม่ขอให้ความเห็นว่า เงินบาทจะทรงตัวได้ในระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐหรือไม่
ผู้ว่าธปท.กล่าวด้วยว่า การที่คนไทยไปลงทุนต่างประเทศ แง่หนึ่งอาจมีข้อกังวลว่า ทำไมจึงไม่ลงทุนในประเทศ และจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยหรือไม่ แต่ต้องเข้าใจว่า การลงทุนขณะนี้ เป็นซัพพลายเชน และเราสามารถกระจายกิจกรรมการลงทุนไปในต่างประเทศที่จะเอื้อซึ่งกันและกันได้ เช่น กรณีของประเทศไทย จะเห็นชัดว่า มีปัญหาด้านแรงงานค่อนข้างมาก ทั้งทักษะแรงงาน และ ค่าแรงที่สูงขึ้น ฉะนั้น กิจกรรมที่ใช้แรงงานสูง ก็ไปลงทุนต่างประเทศที่มีค่าแรงต่ำ มีแรงงานให้เลือกมากกว่า แต่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงหลายอย่างก็ยังลงทุนในไทย เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ







