ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับลงเล็กน้อย
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะปรับลงเล็กน้อยตามทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลง โดยได้รับแรงกดดันจากข้อมูลล่าสุดด้านดัชนีความเชื่อมั่นด้านการบริโภค ในเดือน ส.ค. 2559 ของสหรัฐอยู่ที่ 101.1 ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 97.0 และเพิ่มขึ้นจากในเดือน ก.ค. 2559 ที่อยู่ที่ 97.3 ซึ่งสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ในเร็วๆนี้ นอกจากนี้มีความเป็นไปได้ที่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวอาจมีการทยอยปรับขึ้นหลายครั้ง หากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐเอื้ออำนวย ส่งผลลบต่อการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติมายังตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป
แนวรับ/แนวต้าน : 1535/1560 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก
หุ้นแนะนำ
MAJOR (39.50) : เก็งกำไรระยะสั้นรับภาพยนตร์ไทยฟอรม์ยักษ์เรื่องแฟนเดย์ ภาพยนตร์เรื่องแรกของค่าย GDH 559 และภาพยนตร์เรื่อง Train to Busan ที่ทำรายได้เกินคาดกว่า 70 ล้านบาท อีกทั้งคาดในระยะ 2-3 ปีนี้บริษัทจะสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การถึงจุดคุ้มทุนของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น
BA (30.00) : เราแนะนำให้ทยอยซื้อสะสม เนื่องจากผลการดำเนินงานในช่วง 2Q59 นั้นออกมาขาดทุน เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษทางด้านภาษีซึ่งเป็น one-time expense ทำให้ปัจจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มากหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มการบิน ทั้งนี้เราคาดผลการดำเนินงานปกติในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าช่วง 1H59 จากการเริ่มเข้าสู่ช่วง high season
THAI (31.75) : คาดผลประกอบการผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วจากเป็นช่วง low season ซึ่งหลังจากนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวปาฐกถาเรื่อง “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ” ว่า ในปี 2559 กระทรวงคมนาคมจะขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยคัดเลือกโครงการที่มีความพร้อมจากโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทก่อนหน้านี้ มาดำเนินการก่อน 20 โครงการ มูลค่ารวม 1.4 ล้านล้านบาท
+“แบงก์ชาติ” เตรียมเปิดสนามทดลอง “ฟินเทค” ก.ย.นี้ เผยอยู่ระหว่างกำหนดเกณฑ์การเข้า-ออกในสนามทดลองเบื้องต้นเปิดใช้ในวงจำกัดก่อน หวังเห็นผู้ประกอบการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ช่วยผู้บริโภคเข้าถึงบริการทางการเงินที่ง่ายขึ้น ย้ำต้องส่งเสริมความรู้เทคโนโลยีการเงินควบคู่ด้วย
+ “คลัง” เสนอแพ็คเกจแก้หนี้นอกระบบหเลขาครม.แล้ว เผยไม่ต้องใช้มาตรา 44 จัดการเจ้าหนี้ หลังกฎหมายห้ามคิดดอกเบี้ยเกินกำหนดของกระทรวงยุติธรรมจะมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้ ด้านธ.ก.ส.และออมสิน เตรียมออกบัตรกดเงินสด ช่วยกลุ่มรากหญ้าเข้าถึงสินเชื่อฉุกเฉิน ป้องกันการกลับไปเป็นหนี้นอกระบบอีก
+ กระทรวงท่องเที่ยวร่อนเทียบเชิญรองประธานท่องเที่ยวจีนเยือนไทย เล็งเซ็นเอ็มโอยูร่วมมือท่องเที่ยว พร้อมทำความเข้าใจมาตรการกวาดล้างทัวร์นอมินีครั้งใหญ่จากรัฐบาล
- สศอ.เผยเอ็มพีไอเดือน ก.ค. 59 หดตัว 5.1% ต่ำสุดในรอบ 2 ปี หลังรับผลกระทบจากวันหยุดยาว ตลาดรถชะลอตัว ด้านสรท.ชี้การส่งออกไทยส่อเป็นบวกยาก หลังเจอปัญหา "เงินบาทแข็งค่า" จี้แบงก์ชาติเร่งคุมให้อยู่ระดับ 34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ คาดทั้งปีติดลบ -2%
- องค์กรอนามัยโลกนัดประชุมฉุกเฉิน ถกการระบาดไวรัสซิกาพรุ่งนี้ ออสเตรเลีย-ไต้หวัน-เกาหลีใต้ แนะสตรีมีครรภ์เลี่ยงเดินทางไปสิงคโปร์ หลังผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 56 คน ขณะที่เมืองไทยพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มในพื้นที่ 4 จังหวัด นายกฯ ยังควบคุมได้
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันอังคาร โดยหุ้นแอปเปิลถ่วงตลาดลงมากที่สุดหลังคณะกรรมาธิการยุโรปได้สั่งให้แอปเปิลจ่ายเงินภาษีย้อนหลังราว 1.45 หมื่นล้านดอลลาร์ให้กับรัฐบาลไอร์แลนด์ แต่การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคารช่วยลดช่วงติดลบของตลาด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 48.69 จุดหรือ 0.26% สู่ 18,454.30,
+ ตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์ในวันอังคาร โดยหุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ธนาคารพาณิชย์ได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพราะสิ่งนี้จะช่วยหนุนอัตราผลกำไร โดยธนาคารบางแห่งของยุโรปมีธุรกิจอยู่ในสหรัฐ และอาจได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ ถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยในยุโรปมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับต่ำมากต่อไปอีกนาน
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงในวันอังคาร ในขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และนักลงทุนกังวลกับภาวะน้ำมันล้นตลาด โดยมีการคาดการณ์กันว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐอาจปรับเพิ่มขึ้น และอิหร่านระบุว่า อิหร่านใกล้จะบรรลุเป้าหมายผลิตน้ำมันในอัตราสูงสุด ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนต.ค.ดิ่งลง 63 เซนต์ หรือ 1.3 % มาปิดตลาดที่ 46.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 46.21-47.49 ดอลลาร์






