สตาร์สไมโครอิเล็กทรอนิกส์มั่นใจ "ปีนี้มีกำไร" อานิสงส์เน้นสินค้ามาร์จินสูง เตรียมล้างขาดทุนสะสม 60 ล้านภายในไตรมาส 3 และจ่ายปันผลทันที
นายพีระพล วิไลวงศ์เสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ จำกัด (มหาชน) SMT กล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่า ในปี 2559 จะมีกำไรสุทธิ หลังจากครึ่งปีแรกบริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 69 ล้านบาท หรือมีกำไรเพิ่มขึ้น 7,002.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 55 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพลิกกลับมามีกำไรหลังจากในช่วงที่ผ่านมาบริษัทประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2554 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การกลับมามีกำไร เนื่องจากบริษัทลดต้นทุนในการผลิต เพื่อให้ได้อัตรากำไรที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเลือกผลิตสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูง หรือ กลุ่มสินค้าประเภทมีมูลค่าสูง (high value added)
บริษัทมั่นใจว่า ครึ่งปีหลังผลประกอบการจะดีกว่าครึ่งปีแรก จากการที่บริษัทใช้กลยุทธ์หมุนกำลังการผลิตออกจากสินค้าประเภทมาร์จิ้นต่ำอย่าง MMA มาผลิตสินค้าประเภท high value added เช่น IC Packaging / Wafer dicing / Captive / Specialty และ Optical Component เป็นต้น โดยบริษัทยังตั้งเป้าหมายที่จะขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่บริษัทพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่เพียงไม่กี่ราย
บริษัทมั่นใจว่าในไตรมาส 3 ปีนี้ จะสามารถล้างขาดทุนสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร 60 ล้านบาท โดยจะนำกำไรจากการดำเนินงานมาใช้ล้างขาดทุนสะสม ในส่วนของการจ่ายเงินปันผลงวดบัญชีปี 2559 นั้น ต้องเสนอให้คณะกรรมการของบริษัทพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
“ในปีนีนี้เน้นผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเสริม ทำให้มาร์จินสูง ส่งผลต่อเนื่องทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น นอกจากนี้จากการได้ข้อสรุปการลงทุนโครงการลงทุนการผลิต Solar Panel ให้กับพันธมิตรที่สหรัฐ เฟสแรกขนาดกำลังการผลิต 40 เมกะวัตต์/ปี เริ่มรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4ปีนี้ ก็จะทำให้ผลประกอบการครึ่งปีหลังเติบโตตามเป้าหมาย”
ปี 2560 บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตธุรกิจหลักเพิ่มอีก 30-40% ในกลุ่มสินค้าประเภท high value added เช่น IC Packaging / Wafer dicing เนื่องจากขณะนี้มีอัตรากำลังการผลิตเกือบเต็ม 100% แล้ว ประกอบกับขณะนี้มีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทต้องเตรียมวางแผนไว้เพื่อรองรับการขยายตัว ในส่วนของแผนการดำเนินงานในปีหน้านั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มเครื่องจักร เพื่อรองรับการผลิตในกลุ่มสินค้าใหม่ๆด้วย โดยปกติเงินลงทุนในเครื่องจักรประมาณ 100 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า รายได้ปีนี้ยังต่ำกว่าปีก่อนที่ 7,669 ล้านบาท ตามการลดลงของสินค้าในกลุ่ม Hard Disk Drive เนื่องจากการหดตัวของตลาด และการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น






