วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักลงทุน“สิงคโปร์-ฮ่องกง”แห่รับฟังข้อมูลเอแอลทีล้น

นักลงทุน"สิงคโปร์-ฮ่องกง"เข้าฟังข้อมูลเอแอลดีดีเยี่ยม ระบุครึ่งหลังปีนี้ อนิสงส์ค่ายมือถือขยายลงทุนรองรับ 4 จี

นางปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT ผู้ประกอบธุรกิจโทรคมนาคมแบบครบวงจร  เปิดเผยว่า บริษัทเดินทางไปนำเสนอข้อมูลการดำเนินธุรกิจ (โรดโชว์) ให้กับนักลงทุนสถาบันที่สิงคโปร์ในวันที่ 15 ส.ค. และที่ฮ่องกงวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ร่วมกับ Decker & Co. ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์สถาบันในสหรัฐที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดชั้นนำและตลาดเกิดใหม่ของเอเชีย

สำหรับผลการโรดโชว์ครั้งนี้ นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจเข้ารับฟังข้อมูลเป็นจำนวนมาก สะท้อนว่า นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญในการเข้ามาลงทุนบริษัทจดทะเบียนในไทย โดยภาพรวมยังมีอัตราการเติบโตอยู่ในทิศทางที่ดี   

ขณะที่ธุรกิจของ เอแอลที ก็ได้รับความสนใจมากเช่นกัน เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด อีกทั้งยังมีแนวโน้มการเติบโตอีกมากในอนาคต และอยู่ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งมีการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ลูกค้ามีการลงทุนอยู่ตลอด ซึ่งเป็นผลดีต่อบริษัท และยังมีความสามารถในการสร้างอัตรากำไรที่น่าประทับใจอีกด้วย

“การเดินทางไปเพื่อนำเสนอข้อมูลของบริษัทในต่างประเทศ เพื่อให้บริษัทเป็นที่รู้จักแก่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศ วัตถุประสงค์หลัก คือ การพบปะนักลงทุนรายใหม่ๆ เพื่อขยายฐานนักลงทุนให้กว้างขึ้นและให้นักลงทุนต่างชาติเข้าใจถึงธุรกิจของบริษัท รวมถึงแผนการดำเนินงานและได้เล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโต อีกทั้งความสามารถในการสร้างอัตรากำไรที่ดีเสมอมา ทั้งนี้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งการเดินทางโรดโชว์ครั้งนี้เป็นการเดินทาง เพื่อนำเสนอข้อมูลของบริษัทในต่างประเทศเป็นครั้งแรกของ เอแอลที ซึ่งผลตอบรับที่ออกมาน่าพอใจ โดยนักลงทุนให้การตอบรับดีมาก”

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในครึ่งปีหลังนี้ เอแอลที จะเป็นช่วงที่ธุรกิจเติบโตต่อเนื่องได้จากครึ่งปีแรก ที่มีรายได้รวม 1,015.92 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 134.85 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจากกลุ่มผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่เริ่มมีแผนการลงทุนต่างๆ รองรับ 4จี ออกมาหลังชะลอการลงทุนในครึ่งปีแรก ขณะเดียวกันปัจจุบันบริษัทมีปริมาณงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ 809 ล้านบาท ซึ่งเตรียมทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป